MINI Aceman 3 คาแรกเตอร์ กับ 3 มุมชีวิตคนเมือง

เมืองเดียวกัน แต่ผู้คนต่างใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง บางคนชอบสีสัน และการค้นหาสิ่งใหม่ บางคนหลงใหลความเรียบเท่ที่มีเสน่ห์และบางคนเลือกความสปอร์ต ที่เติมความเร้าใจให้ทุกการเดินทางแนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่าน MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชัน ที่ MINI ประเทศไทย เปิดตัวพร้อมกันเป็น ครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “MINI Aceman Collections: Shade of Urban Living” โดยตีความพื้นที่เมืองให้เป็นมากกว่าพิกัดบนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Multitone Collection สีสันของคนที่ไม่หยุดค้นหา
สำหรับคนที่มองชีวิตเป็นพื้นที่แห่งการทดลอง และค้นหาสิ่งใหม่ MINI Aceman SE Multitone Collection โดดเด่นด้วยสีตัวถัง Indigo Sunset Blue พร้อมหลังคา Multitone Roof สีน้ำเงินที่ไล่เฉดจากสีขาวด้านหน้าไปสู่สีน้ำเงินเข้มด้านท้าย โดยแต่ละคันมีรายละเอียดของเฉดสีแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้รถทั้ง 50 คันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เติมความโดดเด่นด้วยกระจกมองข้างสีขาว ราวหลังคา และล้ออัลลอย 18 นิ้ว ขณะที่ภายในใช้ เบาะ Vescin และผ้าโทนดำ/น้ำเงิน พร้อมอุปกรณ์ที่เน้นความสบายในการใช้ชีวิตเมือง ทั้งเบาะไฟฟ้า ระบบนวด Active Seat, Parking Assistant และ Comfort Package

Shadow Collection เรียบเข้ม แต่ชัดเจนในตัวตน
ถ้าความเท่ไม่จำเป็นต้องมีสีสันมากมาย Shadow Collection คือ อีกมุมหนึ่งของชีวิตเมือง ด้วยตัวถัง Midnight Black ที่ต่อเนื่องไปถึงหลังคา ราวหลังคา และฝาครอบกระจกมองข้าง สร้างบุคลิกเรียบเข้มและทรงพลัง เสริมด้วย Panorama Roof ล้อ JCW Slide Spoke สีดำขนาด 18 นิ้ว และห้องโดยสารโทนดำ ตกแต่งด้วยชุด JCW เบาะนั่งสปอร์ต JCW และเพดาน Anthracite พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทั้ง Parking Assistant Plus, Driving Assistant Plus, Comfort Plus และระบบเสียง Harman Kardon

JCW Collection ความสปอร์ตที่มาพร้อมจังหวะของเมือง
สำหรับคนที่อยากเติมความเร้าใจให้กับชีวิตประจำวัน MINI Aceman SE JCW Collection ถ่ายทอดกลิ่นอายจากโลกมอเตอร์สปอร์ต ผ่านสีตัวถัง Legend Grey, Nanuq White และ Melting Silver จับคู่หลังคาและกระจกมองข้างสีดำ
ความสปอร์ตชัดขึ้น ด้วยล้อ JCW Lap Spoke ขนาด 19 นิ้ว ภายในตกแต่งด้วยเบาะ Vescin/Cord JCW สีดำ ชุดตกแต่ง JCW เบาะนั่งสปอร์ต JCW และพวงมาลัยดีไซน์ JCW พร้อมอุปกรณ์ครบครัน อาทิ Head-up Display, Parking Assistant Plus, Driving Assistant Plus, Comfort Plus, Harman Kardon และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
3 คาแรกเตอร์...หัวใจเดียวกัน
แม้ทั้ง 3 คอลเลกชัน จะมีบุคลิกแตกต่างกัน แต่ยังคงพื้นฐานของ MINI Aceman SE รถครอส โอเวอร์ไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 218 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ใช้แบตเตอรี่ 54.2 kWh และเดินทางได้สูงสุด 405 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 95 kW ใช้เวลาประมาณ 31 นาที จาก 10-80% และรองรับ AC สูงสุด 11 kW ชาร์จเต็มประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง
ท้ายที่สุด MINI Aceman ทั้ง 3 คอลเลกชัน จึงไม่ได้แตกต่างกันเพียงสี อุปกรณ์ หรือรายละเอียดการตกแต่ง แต่สะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตคนเมืองมีได้หลายมุม และรถหนึ่งคัน ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบอกเล่าตัวตนของผู้ขับขี่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








