การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)
เมื่อต่อมาสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาได้มีหนังสือลงวันที่ 3 กันยายน 2555 แจ้งว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในการประชุมครั้งที่ 10/2554 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ที่แต่งตั้งให้รองศาสตราจารย์ บ.เป็นกรรมการสรรหาที่เลือกจากผู้แทน ก.บ.ม. ในขณะเดียวกันเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ด้วยเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ประกาศสภามหาวิทยาลัย ก. เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะบดี คณะ ข. ลงวันที่ 31 มกราคม 2555 เฉพาะส่วนที่ให้แต่งตั้งรองศาสตราจารย์ บ. เป็นกรรมการสรรหาคณะบดี คณะ ข. ประเภทผู้แทน ก.บ.ม. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รับหนังสือตอบข้อหารือดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 จึงถือได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งให้แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งคณะบดีคณะ ข. นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 9/2555 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2555 ว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาคณบดี คณะ ข. ในส่วนของผู้แทน ก.บ.ม. จำนวน 1 คน ขัดต่อข้อ 8.1.5 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยการสรรหาคณะบดี พ.ศ.2554 ยังผลให้กรรมการสรรหาดังกล่าวขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหา และ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่งสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ 11/2555 ลงวันที่ 25 กันยายน 2555 เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีให้ดำรงตำแหน่งคณะบดี คณะ ข. ตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดังกล่าว จึงถือว่าการเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีให้ดำรงตำแหน่งคณะบดี คณะ ข. ได้กระทำภายใน เก้าสิบวัน นับแตได้รู้เหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งนั้นตาม มาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ดังนั้นคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามคำสั่งสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ 11/2555 ลงวันที่ 25 กันยายน 2555 ที่ให้เพิกถอนคำสั่ง สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ 2/2555 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 ที่แต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งคณะบดี คณะ ข. จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 121/2565 )

