'อ.ธรณ์' โพสต์ระบาย 60 ปีคนเอกมัย ตัดพ้ออุโมงค์ยักษ์ไร้ผล แซวผู้ว่าฯ ทองหล่อแห้งกริบ!

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Thon Thamrongnawasawat) ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในฐานะคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดที่อาศัยอยู่บนถนนเอกมัยมานานกว่า 60 ปี โดยเปรียบเทียบสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์

อ.ธรณ์ เล่าย้อนไปในอดีตว่า สมัยก่อนถนนเอกมัยมีคูน้ำขนาบสองฝั่งและมีพื้นที่ว่างมากมาย เมื่อฝนตกน้ำจะไหลลงคูหรือทุ่งรับน้ำอย่างรวดเร็ว ประกอบกับยุคนั้นไม่มีปรากฏการณ์ฝนตกหนักเฉพาะจุดหรือที่เรียกว่า "Rain Bomb" น้ำจึงไม่เคยท่วมขังรุนแรง ต่อมาเมื่อเมืองขยายตัว คูน้ำและพื้นที่รับน้ำถูกแทนที่ด้วยการเทปูนและลานจอดรถ ทำให้ปัญหาเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปี 2523-2538 ที่ต้องมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำในบ้านขนานใหญ่ แม้แต่ในปี 2554 ที่น้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ เอกมัยกลับรอดพ้นมาได้เพราะน้ำเหนือมาไม่ถึง
ประเด็นสำคัญที่ อ.ธรณ์ เน้นย้ำคือ ความผิดหวังต่อ "อุโมงค์ยักษ์เอกมัย" ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างในช่วงปี 2561-2562 ตนต้องทนกับสภาพการจราจรติดขัดและถนนพังจนยางแตกถึง 2 ครั้ง โดยหวังว่าอุโมงค์นี้จะช่วยให้เอกมัยไร้น้ำท่วมตลอดกาล แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ปัจจุบันเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำกลับท่วมหน้าบ้านสูงกว่าสมัยที่ยังไม่มีอุโมงค์เสียอีก
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด อ.ธรณ์ ระบุว่า มีความผิดปกติและท่วมขังยาวนานที่สุดเท่าที่จำได้ โดยน้ำเริ่มท่วมถนนตั้งแต่ช่วงตีสามตีสี่และขังยาวมาจนถึงค่ำวันเสาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบฝนในยุคปัจจุบันที่ตกเรื่อยๆ ไม่หยุด จนระบบระบายน้ำเป็นอัมพาต แตกต่างจากอดีตที่แม้น้ำจะระบายไม่ทันแต่ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
ในช่วงท้าย อ.ธรณ์ ได้ฝากความหวังว่าฝนจะไม่ตกลงมาซ้ำ เพื่อให้ กทม. สามารถระบายน้ำได้หมดภายใน 2 วันตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุไว้ พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยการพูดติดตลกถึงย่านทองหล่อ (ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้ว่าฯ กทม.) ว่าไม่มีปัญหาน้ำท่วมเลย ทั้งที่จำไม่ได้ว่าเคยมีการสร้างอุโมงค์ยักษ์เหมือนย่านเอกมัยที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นคลองไปแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

