27 จังหวัด-กทม. ยังอ่วมอุทกภัย 11 จว.ระดับน้ำเพิ่ม ปภ.เร่งช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง

27 จังหวัด-กทม.ยังอ่วมอุทกภัย 11จว.ระดับน้ำเพิ่ม ‘ปภ.’ เร่งช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รวม 27 จังหวัด 151 อำเภอ 792 ตำบล 4,087 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 576,449 ครัวเรือน 1,793,887 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 28 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่
ภาคเหนือ
จ.พิษณุโลก ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ชาติตระการ อ.เนินมะปราง อ.วังทอง อ.นครไทย อ.บางระกำ 21 ตำบล 82 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 129 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.เพชรบูรณ์ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.ชนแดน อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ อ.หนองไผ่ 9 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.นครสวรรค์ ในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครสวรรค์ อ.พยุหะคีรี อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ไพศาลีอ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.ตากฟ้า 50 ตำบล 266 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,421 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาคกลาง
จ.อุทัยธานี ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุทัยธานี อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ทัพทัน 44 ตำบล 222 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,734 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.ลพบุรี ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลพบุรี อ.ท่าหลวง อ.พัฒนานิคม อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ 24 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,081 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.ชัยนาท ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา 11 ตำบล 24 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 133 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สิงห์บุรี ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 91 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สุพรรณบุรี ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.สามชุก 33 ตำบล 196 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,580 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.กาญจนบุรี ในพื้นที่ อ.ไทรโยค ประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.อ่างทอง ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ 8 ตำบล 24 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 298 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.สระบุรี ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสระบุรี อ.หนองแซง อ.มวกเหล็ก อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.หนองแค อ.พระพุทธบาท อ.หนองโดน 21 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 297 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.พระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน 95 ตำบล 474 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,964 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สมุทรปราการ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางเสาธง อ.บางบ่อ อ.บางพลี อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ 38 ตำบล 392 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 259,824 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ปทุมธานี ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี อ.ธัญบุรี อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว 46 ตำบล 237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 65,717 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.นครปฐม ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครปฐม อ.กำแพงแสน อ.นครชัยศรี อ.พุทธมณฑล อ.สามพราน อ.บางเลน อ.ดอนตูม 55 ตำบล 302 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,203 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ภาคตะวันออก
จ.นครนายก ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครนายก อ.ปากพลี อ.บ้านนา อ.องครักษ์ 61 ตำบล 190 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,038 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ปราจีนบุรี ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.บินทร์บุรี อ.นาดี อ.ศรีมหาโพธิ อ. ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ 41 ตำบล 199 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,106 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ 30 ตำบล 139 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,675 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.สระแก้ว ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสระแก้ว อ.วัฒนานคร อ.อรัญประเทศ อ. โคกสูง อ.วังน้ำเย็น อ.คลองหาด อ.เขาฉกรรจ์ 27 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,719 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ชลบุรี ในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชลบุรี อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง อ.บ่อทอง 78 ตำบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ระยอง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ปลวกแดง อ.บ้านค่าย อ.เขาชะเมา อ.นิคมพัฒนา อ.แกลง 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 350 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.จันทบุรี ในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองจันทบุรี อ.แก่งหางแมว อ.โป่งน้ำร้อน อ.นายายอาม อ.เขาคิชฌกูฏ อ.มะขาม อ.ขลุง อ.ท่าใหม่ อ.แหลมสิงห์ 35 ตำบล 299 หมู่บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 9,326 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ตราด ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตราด อ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง 13 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 375 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จ.บุรีรัมย์ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านกรวด อ.ละหานทราย อ.นางรอง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ประโคนชัย อ.โนนดินแดง 23 ตำบล 216 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,474 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ชัยภูมิ ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.บำเหน็จณรงค์ อ.ภูเชียว 6 ตำบล 21 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.นครราชสีมา ในพื้นที่ อ.ปากช่อง 5 ตำบล 14 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,906 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนมดงรัก อ.ปราสาท 9 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 52,000 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
อธิบดีปภ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และจังหวัดชลบุรี พื้นที่ที่ระดับน้ำทรงตัว 7 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ลพบุรี อ่างทอง นครปฐม ฉะเชิงเทรา ตราด สุรินทร์ และพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ สระบุรี สมุทรปราการ ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา
“ปภ. ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ประสานสำนักงาน ปภ.จังหวัด ศูนย์ ปภ.เขต อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยทหาร จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ปภ.และได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย รถสูบน้ำกู้ภัยเคลื่อนที่สมรรถนะสูงแบบโมบายยูนิต เข้าสูบและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ อพยพกลุ่มเปราะบางไปยังที่ปลอดภัย และสนับสนุนรถผลิตน้ำดื่ม รวมถึงประสาน การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด“ นายธีรพัฒน์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

