บทบรรณาธิการ : 29 กันยายน 2569

บทเรียนจาก ‘สภาฯ’ เพื่อปฏิรูปประกันสังคม
การเปิดสภาฯรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างเข้าสู่อภิมหาบอร์ดบริหารชุดใหม่ เป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมืองและอนาคตของผู้ประกันตน 25 ล้านคน ข้ออภิปรายจากตัวแทนประชาชนทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลสะท้อนชัดว่า “กองทุน 2.7 ล้านล้านบาท” แห่งนี้ กำลังเดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความมั่นคงทางสังคมกับวิกฤตสถาบันที่ต้องเร่งผ่าตัดอย่างจริงจัง
เสียงอภิปรายในสภาฯ ถูกแบ่งออกเป็นสองโทนอย่างน่าสนใจ โดยพรรคฝ่ายค้าน เช่น พรรคประชาชนที่สวมบทบาทผู้ตรวจสอบอย่างดุดัน มุ่งชี้เป้าไปที่ “จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง”การใช้งบประมาณในการบริหารจัดการที่ไม่คุ้มค่าปัญหาธรรมาภิบาล และการลงทุนที่ไม่สะท้อนประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน และความชัดเจนในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขณะที่ ฝ่ายรัฐบาล พยายามชี้ให้เห็นถึงความพยายามปรับปรุงระบบการให้บริการ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ และแนวทางการขยายฐานผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบเพื่อเพิ่มรายรับ
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและจะเป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนของกองทุนในอนาคต คือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริหารจัดการไปสู่ “ความโปร่งใสแบบเปิดเผยขั้นสุด โดยมีตัวอย่างข้อเสนอสำคัญ อาทิ เปิดเผยการลงทุนเชิงลึกโดยเสนอให้ สปส. ต้องเปิดเผยข้อมูลการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ พร้อมรายชื่อผู้จัดการกองทุนและผลตอบแทนตามจริง เพื่อป้องกันการนำเงินออมของประชาชนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงโดยไร้การตรวจสอบ หรือการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
ข้อเสนอที่ถือเป็น “ดอกไม้เหล็ก”ซึ่งแหลมคมที่สุดจากสภาคือ ข้อเสนอเชิงปฏิรูปที่สำคัญที่สุดจากพรรคประชาธิปัตย์คือการปรับโครงสร้างสู่อิสระจากระบบราชการโดยเสนอให้ปฏิรูป สปส. ให้เป็นองค์กรมหาชนหรือองค์กรอิสระ เพื่อหลุดพ้นจากระบบราชการที่อุ้ยอ้าย ลดการแทรกแซงทางการเมือง และแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังมีการเสนอสูตรคำนวณและปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์แบบเป็นธรรม เสนอการยกเครื่องสูตรคำนวณบำนาญชราภาพให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและสังคมสูงวัย เพื่อรับมือกับวิกฤต “กองทุนล้มละลาย”ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า
การอภิปราย ตั้งข้อซักถามและข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎรจะไม่มีความหมายเลย หากปราศจากการตอบรับเชิงนโยบายจากรัฐบาลและรรคการเมืองต่างๆ ข้อเสนอที่แหลมคมในสภาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงคำอภิปรายตามหน้าที่ หากคือ “แบบทดสอบ” ครั้งใหญ่ของทั้งกระทรวงแรงงาน สปส. และบอร์ดชุดใหม่ ว่าจะกล้าหาญพอที่จะทลายผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อส่งมอบกองทุนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยั่งยืนกลับคืนสู่มือผู้ประกันตนได้หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

