กทม.ระดมเร่งกู้น้ำท่วม 8เขตยังวิกฤต คาดอีก2-3วันจะดีขึ้น 'ระยอง'ผวาสั่งอพยพ สปิลเวย์อ่างเขาจุกแตก

กทม.ระดมเร่งกู้น้ำท่วม
8เขตยังวิกฤต
คาดอีก2-3วันจะดีขึ้น
'ระยอง'ผวาสั่งอพยพ
สปิลเวย์อ่างเขาจุกแตก
“ผู้ว่าฯชัชชาติ” ระบุ สถานการณ์น้ำท่วม กทม.อีก 2-3 วัน ถนนน่าจะดีขึ้น แต่ในส่วนของชุมชนใช้เวลา 7 วัน กทม.นำรถ GMC-เรือ เร่งจัดสรรทรัพยากร เข้าช่วยเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง รองผู้ว่าฯกทม. แถลงท่วมกรุงกระทบ 3 แสนครัวเรือน รวมกว่า 7 แสนคน 8 เขตยังวิกฤต 7,000 คนอพยพเข้าศูนย์พักพิง ปรับระบบช่วยผู้เดือดร้อนเขตคลองจั่น แล้ว ขณะที่สถานการณ์ทั่วประเทศหลายจังหวัดยังเดือดร้อน ปภ.เตือน 11 จังหวัดน้ำเพิ่มสูง เฝ้าระวังใกล้ชิด ส่วนกรมอุตุฯ แจ้งฝนยังตกหนักทั่วไทย ด้านกรมชลฯ แจ้งระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มอีก กรุงเก่าพบศพลอยน้ำติดโป๊ะวัดดัง สปิลเวย์อ่างเก็บน้ำแตก ที่ระยอง น้ำทะลักท่วม รพ.แกลง รับเกิดผลกระทบให้บริการ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชน ว่า สถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ เริ่มผ่อนคลายลง หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนออกจากพื้นที่แล้ว ทำให้ฝนไม่รุนแรงเท่าช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีฝนจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะ ส่งผลให้มีน้ำเติมเข้าไปในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ขณะนี้ภารกิจสำคัญคือเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เพื่อให้สามารถดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกมาได้เร็วขึ้น โดยหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองสายหลักบางแห่งยังมีระดับน้ำสูง เนื่องจากต้องรองรับน้ำจากพื้นที่กว้าง รวมถึงน้ำจากพื้นที่ต่อเนื่องด้านนอกกรุงเทพฯ จึงต้องเดินเครื่องสูบน้ำและบริหารประตูระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง
ระบุสถานการณ์กทม.เริ่มดีขึ้น
ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 3/2569 ว่า เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย. มีฝนตกลงมา 60 มิลลิเมตร (มม.) ทางด้านตะวันออก ตั้งแต่เขตมีนบุรี มาจนถึงเขตลาดกระบัง แต่ถือว่าน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมามาก เพราะที่ผ่านมาฝนตกลงมาถึง 200 มม. ในที่ประชุมทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้อธิบายว่า 3 วันต่อจากนี้ไปปริมาณฝนน่าจะลดลง ค่อนข้างน้อยเลย ซึ่งจะเป็นจังหวะที่ดีที่จะช่วยระบายน้ำออกมาได้ ส่วนสถานการณ์น้ำภาพรวมใน กทม. ที่คลองแสนแสบเริ่มดีขึ้น จะช่วยดึงน้ำแถวคลองจั่น บางกะปิได้ วันนี้จะเร่งระบายตรงจุดเหล่านี้ออกมา ส่วนคลองเปรมประชากรดีขึ้น จะเห็นได้ว่าตอนนี้พื้นที่ถนนวิภาวดีเริ่มดีขึ้น ส่วนที่ยากที่สุดคือ คลองประเวศบุรีรมย์ เพราะต้องดึงน้ำจากลาดกระบังมาที่พระโขนง ซึ่งพื้นที่ค่อนข้างมีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก
ชุมชนใช้เวลาอีก7วันกว่าน้ำจะแห้ง
“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยงานที่สามารถสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ เช่น กรมชลประทาน ทหารเรือ ช่วยสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อผลักดันน้ำที่คลองประเวศบุรีรมย์ให้ลงมาสู่ประตูระบายน้ำที่พระโขนงให้เร็วขึ้น จะต้องเร่งให้มากที่สุด เราสามารถผลักดันน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทุกเรื่องเดินหน้าเต็มที่ เนื่องจากน้ำในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ จึงต้องค่อยๆ ดึงน้ำจากพื้นที่ลงมา อาจจะต้องใช้เวลา โดยตัวคลองหลักคิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ถึงจะลดลง ส่วนถนนคิดว่า 2-3 วันนี้น่าจะดีขึ้น แต่ในส่วนของชุมชนต้องค่อยๆ ทยอยเอาน้ำออก น่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน พยายามจะทำให้ได้ ซึ่งกรณีชุมชนนั้น การที่จะเอาน้ำออกต้องใช้น้ำดูดออก เพราะน้ำไม่ได้เข้าไปโดยปกติ หรือตามท่อระบายน้ำ แต่กรณีนี้ข้ามคันกั้นน้ำเข้ามา พอน้ำลงก็ต้องดูดน้ำออก ตอนนี้เราต้องลงไปเอกซเรย์แต่ละพื้นที่” นายชัชชาติ ระบุ
ใช้เกณฑ์เยียวยาเหมือนกันทั่วปท.
ส่วนเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ประสบภัยค่อนข้างมาก มีการกระจายในหลายพื้นที่ ซึ่งทุกเขตต้องทำจำนวนผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียง อาหารต่างๆ รวมถึงรีบจัดส่งอาหาร คิดว่าตอนนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ต้องส่งอาหารอยู่ในระดับประมาณ 6-7 หมื่นคน ทุกเขตจะรับผิดชอบในเขตของตัวเองไป อย่างไรก็ตาม วันนี้อาจจะขรุขระนิดหน่อย เพราะมีจำนวนรายชื่อเพิ่มขึ้นมา แต่สถานการณ์จะเริ่มค่อยๆ เข้าที่มากขึ้น ซึ่งมีการตั้งกองบัญชาการในแต่ละเขต และมีการนำครัวลงไปในพื้นที่ รวมถึงมีความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งเอกชนและภาครัฐที่ไปช่วยตั้งครัวทำอาหารให้
“ขณะนี้ยังไม่มีการเคาะเรื่องของการเยียวยา แต่ กทม.มีหลักการเยียวยาของเราอยู่แล้ว โดยใช้หลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ใช้มาตลอดในช่วงที่ผ่านมา เป็นหลักการเยียวยาตามความเป็นจริง ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนก็เตรียมหลักฐานต่างๆ ไว้ ซึ่งการที่เราประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยทำให้ประชาชนสามารถเก็บหลักฐานต่างๆ ว่ามีความเสียหายอย่างไร นี่คือหลักการปกติที่เราทำ ส่วนการเยียวยาพิเศษ คงจะต้องรออีกทีว่าทางรัฐบาลว่าอย่างไร” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
พร้อมรับมือน้ำท่วมในอนาคต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปีนี้จะมีน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า อันนี้เราคงคาดการณ์ไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าน้ำท่วมวันนี้เกิดจากอะไร ต้องบอกว่าเกิดจากฝนตกหนักนิ่งแช่มากๆ เพราะตกถึง 300 มม. ใกล้เคียงกับที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเลย ถ้าถามถึงอนาคต ตนเห็นว่าเมื่อมันเกิดขึ้นได้แล้วก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก แต่ถ้าถามว่าจะเกิดในปีนี้หรือ 10 ปีข้างหน้าตนก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราต้องวางแผนระยะยาวต่อไป ถ้าถามว่าในอนาคตเราจะรับมือกับน้ำฝน 300 มม.ได้อย่างไร ต้องบอกว่าเรารับมือได้ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น การสร้างอุโมงค์ที่สามารถเชื่อมไปถึงจุดต่างๆ ได้มากขึ้น
เคหะร่มเกล้ายังน่าเป็นห่วง
ด้าน นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ว่า กทม.อยู่ระหว่างจัดสรรทรัพยากรเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ทั้งรถ เรือ และอาหาร เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง และการเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เบื้องต้น กทม.นำรถ GMC และเรือเข้าไปช่วยเหลือประชาชน พร้อมทยอยนำผู้ที่ต้องการออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์อพยพในพื้นที่ลาดกระบัง โดยมีประชาชนประมาณ 1,500 คน แสดงความประสงค์ที่จะออกจากพื้นที่ ขณะที่ ประชาชนบางส่วนยังต้องการพักอาศัยอยู่ในบ้าน กทม.จึงเตรียมจัดส่งอาหารและวัตถุดิบที่จำเป็นเข้าไปให้ ทั้งข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช รวมถึงนมและผ้าอ้อมสำหรับเด็ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ ยังประสานกำลังจากกองทัพบก กองทัพไทย รวมถึงภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนทั้งรถ เรือ และสิ่งของจำเป็น โดยอยู่ระหว่างการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละจุด
ส่วนปัญหาสำคัญขณะนี้ คือ การระบายน้ำ เนื่องจากพื้นที่เคหะร่มเกล้าเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้ยังไม่สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด และต้องพักน้ำไว้ก่อน การระบายน้ำจะต้องรอให้ระดับน้ำใน คลองประเวศบุรีรมย์ ลดลงก่อน จึงจะสามารถทยอยระบายน้ำจากพื้นที่เคหะร่มเกล้าออกไปได้ เพราะหากระดับน้ำในคลองยังสูง ขณะที่ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังมีแนวโน้มลดลงช้ากว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากยังมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลลงมาสมทบ ประกอบกับเคหะร่มเกล้าเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้ กทม.ประเมินว่าอาจต้องใช้เวลา อย่างน้อย 7 วัน ระดับน้ำจึงจะค่อยๆ ลดลง
ระดมช่วยชาวแฟลตคลองจั่นอพยพ
ขณะที่ไทยพีบีเอส รายงานว่า ในช่วงเช้า ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำเรือยางเข้าช่วยเหลือประชาชนภายในซอยเสรีไทย 5 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของแฟลตคลองจั่น อาคารที่ 20-30 เชื่อมไปถึงปากซอยนวมินทร์ 6 ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจภายในซอยพบว่า สถานการณ์น้ำยังท่วมขังที่ระดับความสูง 1-1.5 ม. บางช่วงน้ำเชี่ยวไหลแรง ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ต้องการเดินทางออกจากที่อยู่อาศัย เพราะขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภค จากการเฝ้าสังเกตตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีหน่วยงานไหน นำสิ่งของอุปโภคบริโภคเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่ตลอดทั้งช่วงเช้ายังคงมีฝนตกระดับ 2 อย่างต่อเนื่อง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครหลายจุดเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงมีบางจุดที่น้ำยังคงท่วมสูง โดยเฉพาะบริเวณแฟลตคลองจั่น ที่พบว่าน้ำยังท่วมสูงถึง 1.5 เมตร ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในแฟลต ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืด เนื่องจากกระแสไฟฟ้าถูกตัดเพื่อความปลอดภัย และขณะนี้การสัญจรเข้า-ออกพื้นที่ยังคงมีความลำบาก ส่วนระดับน้ำบนถนนเสรีไทยบริเวณแยกนิด้า จุดนี้พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลง บางจุด ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร รถยนต์ สามารถสัญจร ขณะที่ประชาชน สามารถเดินเท้าลุยน้ำได้ ส่วนระดับน้ำในพื้นที่เขตบึงกุ่ม โดยเฉพาะถนนเสรีไทย ลาดพร้าว พบว่าเริ่มลดลงต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ จึงไม่ได้เพิ่มให้ระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถเร่งระบายน้ำ จนทำให้ระดับน้ำลดลงได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววัน
เคหะร่มเกล้า64น้ำลึกกว่า 1 เมตร
สถานการณ์น้ำท่วมในชุมชน ซอยเคหะร่มเกล้า 64 ขณะนี้หลายหมู่บ้านยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขัง บางจุดลึกถึงกว่า 1 เมตร ประชาชนบางส่วนต้องใช้เรือในการสัญจร โดยที่หมู่บ้านพูนสินธานี 3 พบประชาชนต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางระดับน้ำท่วมสูงนานกว่า 3 วัน โดยยังคงมีฝนตกตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย บางจุดระดับน้ำยังคงสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลการกระทบกับการใช้ชีวิตไม่สามารถเดินทางออกไปทำงานหรือซื้ออาหารได้ เช่นเดียวกับหมู่บ้านใกล้เคียง ที่ประชาชนต้องนำรถออกมาจอดไว้ริมถนนเป็นจำนวนมากเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงกว่าครึ่งคันรถ
แยกบางบัวน้ำท่วมขังสูง
เมื่อเวลา 09.55 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์บริเวณแยกบางบัว ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร ช่วงตั้งแต่ช่วงวัดบางบัว ไปจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยศรีปทุม พบว่ายังมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงอย่างต่อเนื่อง ด้านการเดินทางและการจราจรในพื้นที่ รถยนต์ขนาดใหญ่และรถโดยสารประจำทางยังคงสัญจรผ่านได้และวิ่งให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่สูงส่งผลกระทบต่อรถขนาดเล็ก จึง ไม่แนะนำให้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ขนาดเล็กใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ดับหรือได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน บรรยากาศโดยรอบยังพบประชาชนออกมาใช้ชีวิตประจำวัน ออกมาจับจ่ายซื้อของใช้จำเป็นในบริเวณดังกล่าวอย่างระมัดระวัง
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีระดับน้ำท่วมขังสูง เนื่องจากตำแหน่งพื้นที่ตั้งอยู่ติดกับ คลองบางบัว ซึ่งเป็นจุดรับน้ำและระบายน้ำหลักของพื้นที่ จึงทำให้มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเส้นทางจราจรได้ง่าย
มท.4ชี้สถานการณ์ภาพรวมเริ่มดีขึ้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม กทม.ว่าขณะนี้ที่แฟลตการเคหะคลองจั่น ร่มเกล้า และลาดกระบัง มีน้ำค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องรีบจัดสรร เรื่องอาหารการกิน เข้าไปในพื้นที่ ตอนนี้มีการกระจายครัวสนามไปในจุดที่มีการร้องขอไปให้มากที่สุด และจัดรถสุขา หากตรงไหนยังขาดสามารถประสานเข้ามาได้ กระทรวงมหาดไทย ยังคงทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร แต่พื้นที่มีความหลากหลายค่อนข้างเยอะ หากเขตไหนขาดเหลืออะไรให้รีบแจ้ง
เมื่อถามว่า คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริงๆ วันนี้สถานการณ์ภาพรวมเริ่มดีขึ้นแล้ว อย่าง กทม.ยังคงระบายน้ำ อย่างเต็มที่มาตลอด ช่วง 3 - 4 วันที่ผ่านมา หากวันนี้ฝนเป็นไปตามพยากรณ์อากาศ ไม่มีตกลงมาเพิ่มวันนี้น้ำจะพร่องลงไปเยอะ
ชาวกรุง3แสนครัวเรือนยังเดือดร้อน
ด้าน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนว่า ปัจจุบันเหลือพื้นที่วิกฤตหลักประมาณ 8 เขต โดยภารกิจแรกของ กทม. คือการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เคลื่อนไหวลำบาก โดยปรับระบบให้สายด่วน 1669 และ 1555 รับแจ้งกรณีต้องการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วมด้วย ส่งผลให้ช่วงแรกมีสายโทรเข้า 1669 มากกว่า 7,200 สาย จากภาวะปกติที่รับเฉลี่ยประมาณ 3,000 สายต่อวัน
“กทม. จัดทีมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณร่วมกับฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมของสำนักงานเขตเข้าไปรับผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง หากเป็นผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ เช่น ต้องดูดเสมหะ หรือมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะนำส่งโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ซึ่งบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ได้จัดพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มเติม นอกจากนี้ กทม. ยังใช้ทีมติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อค้นหาประชาชนที่ยังไม่ได้แจ้งผ่าน 1669, 1555 หรือสำนักงานเขต โดยเมื่อวานมีการตรวจพบกว่า 200 เคส และสามารถติดตามเข้าให้ความช่วยเหลือหรือปิดเคสได้แล้ว 184 เคสภายในช่วงเย็น” นางสาวทวิดา กล่าว
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า หากประเมินจากแผนที่พื้นที่ที่มีน้ำสะสมตั้งแต่ประมาณ 10–30 เซนติเมตรขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 3 แสนครัวเรือน หรือประชาชนราว 7 แสนคน อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ชัดเจนจะมีการสำรวจละเอียดอีกครั้ง เพื่อเยียวยาอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนมีน้ำเข้าบ้านหรือได้รับความเสียหายโดยตรง บางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบด้านการเดินทางหรือการใช้ชีวิตเท่านั้น ขณะนี้สำนักงานเขตอยู่ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเสียหายรายครัวเรือนให้ชัดเจน
7พันคนเข้าศูนย์พักพิง
โดยศูนย์พักพิงที่อยู่ภายใต้การดูแลหรือประสานงานของ กทม. มีประมาณ 234 แห่ง กระจายตามโรงเรียน สถานศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักรวมกว่า 6,000 คน ถึงเกือบ 7,000 คน ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลือมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา สายไหม บางเขน หลักสี่ และลาดพร้าว โดยเฉพาะลาดกระบังยังมีความต้องการอาหารปรุงสุกเกือบ 20,000 กล่องต่อมื้อ ขณะที่บางกะปิยังต้องการสนับสนุนเพิ่มเติมประมาณ 3,000 กล่องต่อมื้อ
สำหรับพื้นที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ขณะนี้ได้ปรับระบบใหม่ โดยให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแฟลตแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน พร้อมกำหนดจำนวนห้องและจำนวนประชาชนที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งให้การแจกจ่ายเริ่มจากพื้นที่ด้านในออกมาด้านนอก เพื่อลดปัญหาผู้ที่อยู่ต้นทางได้รับความช่วยเหลือซ้ำ แต่ผู้ที่อยู่ลึกเข้าไปไม่ได้รับของ
ส่วนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ที่ 1669 และแจ้งขอความช่วยเหลือทั่วไปผ่าน 1555
หลายจังหวัดยังน้ำท่วมอ่วม
วันเดียวกัน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ว่าปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 27 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ รวมถึง กทม.รวมทั้งสิ้น 151 อำเภอ 792 ตำบล 4,087 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 576,449 ครัวเรือน 1,793,887 คน
เตือน11จว.ระดับน้ำเพิ่มสูง
สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 11 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี ส่วนพื้นที่ระดับน้ำทรงตัว 7 จังหวัด และ กทม.ได้แก่ จ.อุทัยธานี ลพบุรี อ่างทอง นครปฐม ฉะเชิงเทรา ตราด และสุรินทร์ และพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง 8 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สระบุรี สมุทรปราการ ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ และ
นครราชสีมา โดย ปภ.ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานสำนักงาน ปภ.จังหวัด ศูนย์ ปภ.เขต อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร อปพร. อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
กรมอุตุฯแจ้งฝนหนักทั่วไทย
ด้าน น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 18 (234/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประกาศฉบับสุดท้ายสำหรับสถานการณ์นี้ ระบุว่า ภาคเหนือด้านตะวันตกและตอนล่าง ภาคกลางด้านตะวันตก และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคอื่นๆ จะมีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ปัจจัยหลักเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนลงสู่อ่าวมะตะบันแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา เน้นย้ำให้ประชาชนพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องไปอีก 1 วัน ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรเฝ้าระวังน้ำท่วมสะสมและน้ำท่วมขังระยะสั้น พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
กรมชลฯปรับเพิ่มระบายน้ำ
ขณะที่ กรมชลประทาน แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จาก 1,950 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 12.00 น.เพื่อรับสถานการณ์น้ำเหนือ ส่งผลให้น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ที่ไหลผ่าน จ.อ่างทอง เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประมาณ 30 เซนติเมตร จึงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรทางน้ำ การใช้ไฟฟ้า สัตว์มีพิษ และเร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วย และเด็กเล็กที่ลงเล่นน้ำ
คลองรังสิตฯปทุมธานีวิกฤต
ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ระดับน้ำในคลองรังสิตฯ ยังคงสูงเกินระดับวิกฤต ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางสัญจร ซึ่งจากการสำรวจเส้นทางบริเวณถนนเลียบคลองสอง ซอยคลองหลวง 50 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง เส้นทางเชื่อมต่อซอยคลองหลวง 8 (หมู่บ้านพรีโน่ พหลโยธิน-รังสิต ผาไทผาเมือง) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง พบว่าปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้ามาท่วมผิวการจราจรในระดับที่สูงขึ้น จักรยานยนต์ที่ขับผ่านเส้นทางดังกล่าว เริ่มถูกน้ำท่วมเครื่องยนต์เสียหายจำนวนมาก
ที่ จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ไชโย ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านสถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง ระดับน้ำสูง 7.92 เมตร จุดวิกฤตอยู่ที่ 8 เมตร จากระดับตลิ่ง 10 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,003 ลบ.ม.ต่อวินาที
อยุธยาศพลอยน้ำติดโป๊ะวัด
เช่นเดียวกับพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่น้ำท่วมสูงหลายจุด โดยที่โป๊ะริมแม่น้ำป่าสัก ใกล้วัดสุวรรณดาราราม พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุประมาณ 50 ปี โดยร่างลอยมาติดที่ใต้โป๊ะดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บกู้ร่างและตรวจสอบว่าเป็นใคร และตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต
สปิลเวย์อ่างเก็บน้ำแตกที่ระยอง
ที่ จ.ระยอง ภายหลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลเอ่อล้นท่วมพื้นที่ และเกิดเหตุคันขอบรอบสปิลเวย์ ที่อ่างเก็บน้ำเขาจุก อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุ 22 ล้าน ลบ.ม.บริเวณสวนป่าชุมชน หมู่ 1 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ทรุดตัว เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ ส่งผลให้มวลน้ำทะลักออกจากอ่างฯ อย่างรุนแรง ทาง อบต.น้ำเป็น ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำ ท้ายอ่างและพื้นที่รอยต่อ 3 ตำบล (ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา, ต.ทุ่งควายกิน และ ต.ดองดิน อ.แกลง) ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วนที่สุด
อย่างไรก็ตาม มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง อย่างรวดเร็ว โดยบริเวณแยกไฟแดง
ชุมชนวัดสารนาถ ตลาดสิริภิบาล และซอยลมโชย ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง และขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่ได้เตือนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะจักรยานยนต์และรถเล็ก ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
รพ.แกลงท่วมกระทบให้บริการ
อีกด้านหนึ่ง ที่ รพ.แกลง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ รพ.จนส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย จากพื้นที่เสี่ยง ขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงและปลอดภัย และยังมีปัญหาสำคัญ คือโรงครัวของ รพ.ที่ชั้นล่าง ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถประกอบอาหารได้ ต้องย้ายไปที่ชั้น 2 ซึ่งไม่มีตู้แช่เก็บรักษาวัตถุดิบ ทำให้การจัดเตรียมอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารก็เหลือไม่มาก ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเพยงพอสำหรับอีกกี่วัน
ทั้งนี้ ทาง รพ.แกลง ได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป สนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากการลำเลียงสิ่งของต้องใช้รถยกสูง หรือรถทหาร เท่านั้น เพราะพื้นที่โดยรอบ รพ.มีน้ำท่วมสูง
จันทบุรีท่วมบ้านเรือน-ถนน
ขณะที่ จ.จันทบุรี มวลน้ำจากป่าในพื้นที่ อ.มะขาม และเขาคิชฌกูฏ ทะลักเข้าสู่เขตเศรษฐกิจเมืองจันทบุรี เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนและผิวจราจร ริมแม่น้ำจันทบุรี โดยโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ต้องประกาศหยุดการเรียนการสอน ทันที 1 วัน เพื่อความปลอดภัย
ด้านการเดินทางถนนสายหลัก เช่น ถนนสุขุมวิท (จันทบุรี-กทม.) ช่วงแยกไฟแดงหนองสีงา ถึง ปตท.หินกอง ต.วังใหม่ อ.นายายอาม ถูกน้ำท่วมสูงเต็มพื้นที่ทั้งสองฝั่ง ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยว รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่แนะนำให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางแยกหนองแวง-ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ผ่าน ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี อ.ท่าใหม่
ขณะเดียวกัน พื้นที่ ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ มวลน้ำป่าสอยดาว ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนที่หมู่ 10 บ้านโป่งมะม่วงหวาน สูงกว่า 80 เซนติเมตร กระทบชาวบ้านกว่า 400 คน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านฯ ระบุว่า เป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ต้องนำรถยกสูง แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม พร้อมเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และชาวบ้านที่รถดับกลางกระแสน้ำ
ที่ จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวออกสำรวจพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครนายก พบว่าลำคลองต่างๆ ยังมีน้ำป่าไหลลงสู่คลองจนเต็ม แม่น้ำนครนายก หมู่บ้านตามตรอกซอยหลายแห่ง รวมถึงวัดต่างๆ มีน้ำท่วมสูง บางจุดท่วมถึงหน้าอก หลายหน่วยงานในพื้นที่ได้จัดตั้งโรงครัว ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีการนำรถทหาร นำอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วไปแจกจ่ายชาวบ้าน และผู้ที่อพยพมากางเต็นท์นอนริมถนน
ปราจีนฯอพยพกลุ่มเปราะบาง
ขณะที่ จ.ปราจีนบุรี ทหารจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลและยานพาหนะ ลุยน้ำเข้าช่วยอพยพผู้ประสบภัย ผู้ป่วยติดเตียง ออกจากบ้านพัก พร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ในพื้นที่ ต.บุฝ้าย ,ต.หนองแก้ว ,ต.โพธิ์งาม และ ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว วัดแจ้งเมืองเก่า และโรงเรียนวัดศรีประจันตคาม พร้อมกับจัดกำลังพลส่วนหนึ่ง คอยช่วยเหลือและเฝ้าดูแลความปลอดภัย ส่วนเขตเศรษฐกิจในเทศบาลเมืองปราจีนบุรี พบว่ามีปริมาณน้ำสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 20-50 เซนติเมตร โดยเฉพาะชุมชนตรอกศึกษา หมู่บ้านทรัพย์ไพรรินทร์ ถูกน้ำท่วมกว่า 50 เซนติเมตร บ้านพักบ้างหลังต้องนำเตียงผ้าใบ มากางนอนบนน้ำภายในบ้าน เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ โดยต้องใช้เรือท้องแบน ในการเดินทางสัญจรในเขตเทศบาลฯ
ฝนกระหน่ำกำแพงเพชรอ่วม
ที่ จ.กำแพงเพชร หลังจากฝนตกติดต่อกัน ทำให้หลายอำเภอ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น บางส่วนได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ไร่นาของเกษตรกร และบ้านเรือนชาวบ้าน ก่อนมวลน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง และแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้พื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบแล้ว ได้แก่ อ.คลองลาน อ.ปางศิลาทอง อ.ขาณุวรลักษบุรี อ.คลองขลุง อ.เมือง บ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย ขาดน้ำอุปโภค บริโภค ซึ่งหน่วยงานฝ่ายปกครอง ได้เร่งนำรถบรรทุก นำส่งอาหารและน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
นายวัชระ แสงสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.วังไทร อ.คลองขลุง กล่าวว่า บริเวณหมู่บ้านในพื้นที่มีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และตนได้นำรถไฟออกบริการรับส่งชาวบ้าน พร้อมกับประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำอาหารและน้ำดื่ม ส่งมอบให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
น้ำไทรโยคจ่อท่วมเมืองกาญจน์
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ และ สส.กาญจนบุรี รายงานการประสานขอความช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน จ.กาญจนบุรี พร้อมแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง โดยนายก อบต.วังเย็น แจ้งประชาชนอพยพ รวมทั้งเคลื่อนย้ายวัวและหมู ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมโรงครัวกลางดูแลพี่น้องประชาชน ส่วน ต.ช่องสะเดา มีประชาชนได้รับผลกระทบในชุมชน ซึ่งมีการจัดถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นายอัครนันท์ กล่าวว่า ในวันที่ 29 กันยายนนี้ จะมีมวลน้ำจาก อ.ไทรโยค ไหลมายังพื้นที่บ้านวังเย็น และ อ.เมือง จึงแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

