สะพานน้ำแห่งเดียวในไทย! หนึ่งในพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ระบายน้ำท่วมเมืองออกสู่ทะเล
29 กันยายน 2569 เวลา 09:21 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คนไทยจำนวนมากเคยบินผ่านสุวรรณภูมิ
แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ไม่ไกลจากสนามบินแห่งนี้ มี “สะพานน้ำ” ที่ยกสายน้ำข้ามถนนอยู่จริง และหน่วยงานของรัฐระบุว่า นี่คือ “สะพานน้ำยกระดับแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย”
สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมานี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ” อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เรื่องราวของโครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการปกป้องสนามบินเพียงแห่งเดียว
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ โดยทรงให้พิจารณาระบบระบายน้ำที่ครอบคลุมถึงพื้นที่โดยรอบด้วย
เพราะบริเวณหนองงูเห่าและพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครต่อเนื่องถึงสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำโดยธรรมชาติ
เมื่อเมืองขยายตัว ถนน บ้านเรือน โรงงาน และสนามบินเข้ามาแทนพื้นที่รับน้ำเดิม ความสามารถของแผ่นดินในการพักและระบายน้ำย่อมลดลง
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำอย่างไรให้น้ำไม่เข้าสนามบิน” แต่คือ “ทำอย่างไรให้น้ำทั้งพื้นที่มีทางออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น”
จากแนวพระราชดำริดังกล่าว จึงเกิดระบบระบายน้ำสายสำคัญที่รับน้ำบริเวณคลองสำโรง แล้วเร่งระบายตรงลงสู่ชายทะเล
คลองระบายน้ำช่วงสำคัญมีความยาวประมาณ 10.12 กิโลเมตร และรองรับการระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดอยู่บริเวณปลายทางของระบบ
เมื่อเส้นทางน้ำต้องพบกับคลองชายทะเลและถนนสุขุมวิท วิศวกรไม่ได้เลือกตัดถนนหรือให้น้ำอ้อมไปไกล แต่เลือก “ยกน้ำขึ้น”
น้ำจากสถานีสูบน้ำถูกส่งเข้าสู่อาคารคอนกรีตรูปตัวยูขนาดใหญ่ ก่อนพาดข้ามคลองและถนน แล้วปล่อยลงสู่ทางระบายน้ำมุ่งสู่อ่าวไทย
ภาพที่เห็นจึงดูราวกับ “คลองลอยอยู่เหนือถนน”
นี่คือที่มาของคำว่า “สะพานน้ำยกระดับ”
ระบบสูบน้ำหลักมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 4 เครื่อง รวมกำลังระบายน้ำสูงสุดประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ความสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันออก ช่วยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนในของสมุทรปราการและพื้นที่โดยรอบออกสู่ทะเล ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบคลองเดิม
ข้อมูลของหน่วยงานรัฐระบุว่า โครงการช่วยลดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร และยังสามารถกักเก็บน้ำจืดไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเอง ก็มีระบบป้องกันน้ำของตนเอง ทั้งคันกั้นน้ำล้อมรอบ ระบบรับน้ำฝนภายใน และสถานีสูบน้ำ
ทั้งหมดจึงทำงานร่วมกันเป็นระบบ ไม่ใช่พึ่งสิ่งก่อสร้างชิ้นใดชิ้นหนึ่งเพียงลำพัง
และนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของโครงการแห่งนี้ เพราะเบื้องหลังเครื่องบินที่ขึ้นลงทุกวัน
เบื้องหลังถนน โรงงาน บ้านเรือน และชุมชนจำนวนมาก
มีสายน้ำสายหนึ่งที่ถูกออกแบบให้ “ข้ามถนน” เพื่อเดินทางไปสู่ทะเล
เป็นงานวิศวกรรมที่คนจำนวนมากอาจไม่เคยเห็น แต่ทำหน้าที่อยู่ทุกครั้งที่ฝนเทลงมา
และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มิได้ทรงพิจารณาปัญหาเพียงจุดเดียว
หากทรงมองเห็นความเชื่อมโยงของน้ำ เมือง ชุมชน และทางออกสู่ทะเลทั้งระบบ. ต่อยอดเรื่องคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

