ศธ. – สพฐ. ผนึกพลังกรรมการสถานศึกษาภาคเหนือ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพผู้เรียน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลังกรรมการสถานศึกษา ยกระดับโรงเรียนไทยทุกภูมิภาค” จุดที่ 2 ภาคเหนือ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร สพฐ. ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ประธานและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารหน่วยงานส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมคุ้มภูคำ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางความท้าทายด้านคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยผลการประเมิน PISA ของประเทศไทยที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา มีอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 58 เป็นอันดับที่ 53 แต่ผลคะแนนยังต่ำกว่ามาตรฐานของ OECD ทั้งด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน จึงจำเป็นต้องเร่งรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีความก้าวหน้าและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ครู
“บริบทของโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การจัดการศึกษาและการใช้ทรัพยากรจำเป็นต้องปรับตัว กระทรวงศึกษาธิการจึงอยู่ระหว่างการออกแบบแนวทางสร้างเครือข่ายคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับตำบล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานของโรงเรียนในพื้นที่ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรทางการศึกษา รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานและภาคส่วนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน โดยมุ่งให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สามารถนำแนวคิดและทรัพยากรมาใช้ร่วมกันเพื่อพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.ศธ. กล่าวและว่า นอกจากนี้ ศธ.เตรียมนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อลดภาระด้านเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยมีแนวทางพัฒนาระบบ “Edu Pass” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นระบบ สามารถนำข้อมูลที่ถูกต้องมาใช้ประกอบการบริหารและการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยข้อมูลและข้อเสนอจากการประชุมในพื้นที่จะนำไปประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา เพื่อให้การกำหนดนโยบายตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทจริง
ด้าน นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับพลังของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาและยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ “OBEC Partnership Power Forum” ควบคู่กับกระบวนการเรียนรู้แบบ “Station-based” เปิดโอกาสให้คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งรูปแบบ On-site และ Online ได้ร่วมคิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสนอแนวทางการนำนโยบายการศึกษาทั้ง 5 ด้านไปสู่การปฏิบัติ พร้อมมุ่งปรับบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษาจาก “ผู้รับทราบ” ไปสู่ “ผู้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมติดตาม และร่วมรับผิดชอบ” โดยนำข้อคิดเห็นจากพื้นที่ไปประกอบการกำหนดนโยบายและการจัดสรรทรัพยากร รวมถึงให้ทุกโรงเรียนจัดทำ School Action Plan ตาม 5 นโยบาย และจัดทำพันธสัญญาระหว่างโรงเรียนกับชุมชนภายใน 30 วันหลังการประชุม เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

