ไฟเขียวบิ๊กโปรเจกต์ 1.65แสนล้าน รบ.งัดแผนสู้น้ำท่วม

ไฟเขียวบิ๊กโปรเจกต์
1.65แสนล้าน
รบ.งัดแผนสู้น้ำท่วม
ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย
กทม.เตือนทะเลหนุนสูง
เร่งกู้คลองจั่น-ร่มเกล้า
‘ชัชชาติ’คาดระบาย7วัน
ครม.อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วม คาดใช้เวลา 8 ปีแล้วเสร็จเริ่มปี 2570 ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่–ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี พร้อมเร่งโครงการบางบาล–บางไทร เชื่อมระบบระบายน้ำภาคกลางกทม.เตือน เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง มวลน้ำ จากตอนบนไหลสมทบ ระดับน้ำแม่น้ำเพิ่มสูง เคหะร่มเกล้า ลาดกระบังอ่วม จมนาน 5 วัน น้ำเน่าเสีย คราบน้ำมันลอยเกลื่อน ลุยน้ำถึงคอมารับอาหารปภ.สรุปเดือดร้อน2.6ล้านคน เสียชีวิต 22 ศพ
เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 29กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการระบายน้ำในเส้นทางชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ วงเงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท คาดว่าใช้เวลาดำเนินการ 8 ปีหากมีโครงการนี้จะสามารถช่วยตัดยอดน้ำตั้งแต่ภาคเหนือ เพื่อไม่ให้ลงมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถือว่าเป็นโครงการที่จำเป็น เพราะเราเห็นกันอยู่ว่าเรื่องน้ำไม่แน่นอน หน้าฝนก็ต้องมาบริหารจัดการวิธีการเดิม โดยไม่มีเครื่องมือใหม่ ดังนั้นหากมีโครงการนี้แล้วปีไหนที่มีน้ำมากหรือฝนตกมากเกิน ก็จะมีเครื่องมือบริหารเพื่อไม่ให้น้ำท่วม
สำหรับแผนดังกล่าว หากผ่านที่ประชุม ครม.จะสามารถดำเนินการได้เมื่อใดนั้น นายดนุชา กล่าวว่า ในงบประมาณปี 2570 มีตั้งงบประมาณไว้ก้อนหนึ่งแล้ว ซึ่งจะเริ่มโครงการได้ก่อน ดังนั้นหากที่ประชุม ครม.อนุมัติแล้วก็จะไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกระทรวงการคลังคงต้องเจรจา และดูเรื่องเงินกู้ โดยจะดูให้เหมาะสมที่สุด หากเงินกู้มาเร็วก็จะเร่งดำเนินการได้
ส่วนโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก เสนอเข้าที่ประชุม ครม.ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำซอยแยกจำนวนหลายคลอง ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน ต้องโยกย้ายผู้คนที่รุกล้ำลำน้ำออกก่อน
‘อนุทิน’เผยครม.เคาะแล้ว
เมื่อเวลา 13.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. เกี่ยวกับโครงการ “ชัยนาท -ป่าสัก- อ่าวไทย”ที่จะเป็นช่องท่างระบายแบ่งเบาแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ได้ผ่านที่ประชุม ครม.แล้ว งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี ถ้าทำโครงการนี้เรียบร้อยจะทำให้การป้องกันน้ำท่วมทั้งเขตภาคกลาง กทม. ปริมณฑล จะเกิดประสิทธิภาพขึ้นมาอีกมาก และที่สำคัญเราสามารถกักเก็บน้ำได้ เพราะจะถือเป็นแก้มลิงโดยธรรมชาติได้ระดับหนึ่งด้วย และวันนี้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ที่กำกับดูแล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเรียกประชุมในการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้แต่ละท้องถิ่นสามารถดำเนินการสร้างแก้มลิงในการเก็บกักน้ำ ผันน้ำ และสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ในช่วงฤดูแล้งด้วย ในเมื่อน้ำมาเรากันน้ำไม่ได้ บางทีทำความเสียหายให้กับเรา แต่เราก็ต้องสร้างสิ่งที่ทำให้ให้น้ำเกิดประโยชน์กับเราในวันที่เราต้องการช่วงหน้าแล้ง
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะใช้งบประมาณส่วนไหน และจะมีการกู้เงินด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีเงินกู้ด้วย ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง จะหารือกัน เมื่อถามย้ำว่า เป็นการกู้จากในประเทศหรือต่างประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้รอฟังรายละเอียด
ปัดดราม่าตร.ไม่ให้กู้ภัยแจกอาหาร
เมื่อถามถึง กรณีลงพื้นที่แล้วเจ้าหน้าที่กู้ภัยโพสต์ข้อความว่า ตำรวจไม่ให้เข้าพื้นที่ เพื่อไปแจกอาหารต้องรอนายกฯ ลงพื้นที่ก่อน นายอนุทิน ตอบว่า ไม่มีครับ ไม่มีนโยบายนี้ แอบอ้างมั่วซั่ว ทุกอย่างมันมีระบบของมันอยู่แล้วเป็นเรื่องของการดูแลประชาชน รัฐบาลขอบคุณ ทุกภาคส่วน รวมทั้งอาสาสมัครกู้ภัยต่างๆที่นำเข้ามาเสริม แต่ยืนยันว่าส่วนกลางจัดข้าวสารอาหารแห้ง ในส่วนของรัฐบาลเราระดมทั้งการสั่งซื้อ การตั้งโรงครัว การจัดรถประกอบอาหารเข้าพื้นที่ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. เข้าไปในพื้นที่ที่มีน้ำขังเยอะ มีการระดมอาหารของจำเป็นอยู่ในพื้นที่เรียบร้อย วันนี้เรานึกถึงเรื่องฟื้นฟูแล้ว เมื่อสักครู่ตนได้เชิญว่าที่ปลัดกทม. ที่จะเข้ารับหน้าที่ และอธิบดีกรมชลประทานมานั่งวางแผนกันว่า จะประสานเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เกิดเหตุอย่างไร วันนี้ทุกอย่างน่าจะเป็นใจในการสูบน้ำผันน้ำออกจากพื้นที่ได้ให้มากที่สุด และเราจะใช้เวลาให้เร็วที่สุดในการเปิดพื้นผิวจราจร
นายกฯสั่งดูแลน้ำท่วมทั่วประเทศ
เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาปัญหาน้ำท่วม โดยที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ในแต่ละภาคของประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการมอบหมายให้ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะ เพราะเป็นเขตปกครองพิเศษที่มีผู้ว่าราชการมาจากการเลือกตั้ง โดยเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและสั่งการให้ รมว.กลาโหมนำเครื่องไม้เครื่องมือ และทหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี ในการนี้เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง จึงมอบหมายเพิ่มเติมให้ รมว.กลาโหมดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อไป
ครม.ไฟเขียวโครงการระบายน้ำหลาก
นายเอกภพกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวและน้ำแล้ง ครม.มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย โดยจะเริ่มต้นในปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577 ซึ่งข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์พบความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ สามารถลดความเสียหายตีเป็นประมาณได้ 16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ ยังมีระบบคลองส่งน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำในหน้าแล้งได้ประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังมีคลองระบายน้ำที่สามารถเป็นช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรได้อีกด้วย โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยในส่วนของปี 2570 มีการตั้งงบประมาณเริ่มต้นดำเนินการที่ชัยนาทแล้ว
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ คือ โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร ซึ่งวันนี้มีการขยายระยะเวลาโครงการ โดยโครงการนี้จะเชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งสัญญาเดิมจะต้องแล้วเสร็จในปี 2569 - 2570 แต่เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่จึงต้องขอขยายเวลาไปปี 2572 โดยคณะรัฐมนตรีเห็นควรดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วและไม่ควรขยายเวลาอีก ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าจะเสร็จได้ในปี 2571 โดยมติคณะรัฐมนตรีจะไม่ให้ขยายระยะเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว
อนุมัติงบเยียวยาทั่วปท.4,731ล้าน
สำหรับงบกลางที่เหลืออยู่ในการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศ ครม.ได้อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด
นายเอกภพ ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องของข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับมอบหมาย และเมื่อมีการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ว่าราชการต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อให้มีการสั่งการและดำเนินการอย่างรวดเร็ว
เปิดรายละเอียดเมกะโปรเจกต์
จากการสืบค้นข้อมูลแผนแม่บทของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมชลประทาน โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ภายใต้ 9 แผนหลักบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีรายละเอียด ดังนี้เป้าหมายหลักดึงและตัดยอด“น้ำเหนือ” และน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยระบายมวลน้ำออกสู่อ่าวไทยโดยตรง อาศัยการปรับปรุงคลองเดิมและขุดคลองใหม่ รวมระยะทางยาวถึง 270 กิโลเมตร โดยเป็นช่วงคลองขุดใหม่จากป่าสัก-อ่าวไทย ยาวประมาณ 135 กิโลเมตร สามารถรองรับการระบายน้ำได้สูงสุด 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่วงเงินลงทุนเตรียมไว้สูงถึง 165,000 ล้านบาท ปัจจุบันรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) อยู่ระหว่างการปรับปรุงเตรียมเสนอในปี 2569 หากผ่านการอนุมัติ จะเริ่มตอกเสาเข็มในปี 2570 และใช้เวลาก่อสร้างยาวนาน 7-8 ปี
‘ชัชชาติ’คาดอีก2วันถนนหลักแห้ง90%
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากฝนหยุดตก ทำให้หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบที่ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นคลองถึงบริเวณใกล้วัดเทพลีลา ขณะที่พื้นที่ชั้นในและถนนสายหลักหลายจุดเริ่มกลับมาสัญจรได้ เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนหมู่บ้านชินเขตและซอยลาดพร้าว 80 หลายจุดเริ่มแห้งแล้วสำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกยังมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะลาดกระบัง ซึ่งคลองประเวศบุรีรมย์ยังมีปริมาณน้ำมาก เนื่องจากเป็นคลองสายยาวและคดเคี้ยว ขณะที่มีนบุรี คลองสามวาสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนสายไหมยังต้องติดตามน้ำล้นข้ามคลองหกวาสายล่างจากฝั่งจังหวัดปทุมธานี “คาดว่าภายใน 2 วัน ถนนสายหลักประมาณ 90% จะกลับมาแห้งและสัญจรได้ตามปกติ ส่วนถนนสายรองอาจใช้เวลานานกว่า ขณะที่ชุมชนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะอาจใช้เวลาประมาณ 7 วัน โดยกรอบเวลาดังกล่าวเป็นเป้าหมายในการเร่งดำเนินการ ไม่ใช่ระยะเวลาที่สามารถยืนยันได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพพื้นที่สำหรับพื้นที่แอ่งกระทะที่ต้องเร่งกู้สถานการณ์ ได้แก่ คลองจั่น และร่มเกล้า-ลาดกระบัง ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างวางแผนจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ โดยจะเร่งดึงน้ำออกทันทีที่ระดับน้ำในคลองสายหลักลดลงและเอื้อต่อการระบาย” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
กทม.เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง
กรุงเทพมหานคร โพสต์แจ้งเตือนประชาชนว่า เฝ้าระวัง! น้ำทะเลหนุนสูง 29 ก.ย.–4 ต.ค.69 มวลน้ำจากตอนบนไหลสมทบ ระดับน้ำแม่น้ำเพิ่มสูง เสี่ยงกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำและชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำ เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ยังคงปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวรพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำเส้นทางสัญจรที่ควรติดตามสถานการณ์ถนนสุขุมวิทถนนสุขสวัสดิ์ถนนพระราม2 ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังอันตรายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
‘เคหะร่มเกล้า’อ่วมจมน้ำเน่า
ผู้สื่อข่าวรายงานจากชุมชนเคาหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ที่ประสบภัยน้ำท่วมมา 5 วัน ว่า ขณะนี้มีน้ำท่วมสูงถึง 1.3 เมตร หรือสูงประมาณระดับคอ ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนเคหะลาดกระบังทั้งหมด ทั้งสวนสาธารณะ โรงเรียน ศูนย์อนามัย โดยพบขยะลอยส่งกลิ่นเหม็นลอยตามน้ำจำนวนมาก คราบน้ำมันจากรถยนต์ที่จมน้ำลอยออกมากับน้ำที่ท่วมอยู่เป็นบางจุด โดยน้ำที่ท่วมขังอยู่ได้เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น บางจุดพบว่าปริมาณน้ำเริ่มลดลง 4-5 เซนติเมตรขณะที่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หลายคนต่างทยอยนำถังน้ำ กะละมัง กล่องโฟม หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ เดินเท้าออกมาจากที่พัก เพื่อไปซื้อของอุปโภคบริโภค หรือรับอาหารจากจุดบริจาค ที่อยู่ห่างไกลจากที่พัก 2-3 กิโลเมตร
ชาวคลองจั่นรวมตัวทำอาหารแจกจ่าย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณแฟลตคลองจั่น 15 ซอยเสรีไทย 7-5 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังอย่างหนัก โดยในเช้าวันนี้สภาพอากาศเริ่มสดใสขึ้น มีแดดอ่อนๆ และไม่มีฝนตกลงมาซ้ำจากการตรวจสอบระดับน้ำในพื้นที่ พบว่าลดลงไปเพียงเล็กน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร แต่ภาพรวมระดับน้ำโดยรอบอาคารและเส้นทางเข้า-ออก ยังคงท่วมสูง ทำให้การเดินทางสัญจรเข้าออกพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถออกไปซื้อหาอาหารภายนอกได้ตามปกติ กลุ่มชาวบ้านภายในแฟลตคลองจั่น จึงได้ร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมประกอบอาหารสดแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้พักอาศัยด้วยกันเอง
สี่แยกบางกะปิรถผ่านไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ สน.ลาดพร้าวได้เพิ่มรูปภาพ 10ภาพและวิดีโอ 1 ไฟล์ พร้อมระบุข้อความว่า “รายงานสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณสี่แยกบางกะปิล.613 รายงานสถานการณ์ล่าสุด วันนี้ปริมาณน้ำท่วมลดลงประมาณ 10เซนติเมตร แต่ระดับน้ำยังคงสูงและส่งผลกระทบต่อการสัญจรขณะนี้รถทุกชนิดยังไม่สามารถผ่านบริเวณสี่แยกบางกะปิได้ขอประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทาง และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการจราจร
สนามราชมังฯ น้ำท่วมสูง-เริ่มเน่า
ที่ในซอยรามคำแหง 24 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนหลังราม ยังมีน้ำท่วมขังสูง 20-40 เซนติเมตร และภายในซอยยังมีรถยนต์จอดเสียซึ่งระดับน้ำสูงประมาณครึ่งรถยนต์ แต่ในสนามราชมังคลากีฬาสถานน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ จากการสังเกตพบว่าภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีรถจำนวนมากจอดจมน้ำอยู่ ขณะนี้น้ำภายในสนามราชมังฯเริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นเหม็น โดยน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มระดับขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
‘พัฒนาการ-ประเวศ-ลาดกระบัง’หนัก
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกยังคงวิกฤติ จากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณถนนพัฒนาการ คลองตัน และประเวศ พบปริมาณน้ำท่วมขัง บางจุดที่เป็นพื้นที่ต่ำ น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก ส่งผลให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้สถานการณ์จะดีขึ้นก็ตามขณะที่คลองสายหลักอย่างคลองพระโขนงและคลองประเวศบุรีรมย์ ยังมีปริมาณน้ำสูง ต้องใช้เวลาระบายอีกระยะ ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองในเขตลาดกระบัง ประเวศ สะพานสูง และสวนหลวง ยังคงมีน้ำท่วมขังขยายวงกว้าง
เปิดเรียนไม่ได้155โรงเรียน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวน 155 โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันน้ำท่วมขังประมาณ 4-5 วันแล้ว และเริ่มส่งกลิ่นเหม็น นอกจากนี้โรงเรียนยังเป็นสถานพักพิง รวมไปถึงเป็นสถานที่จอดรถให้กับประชาชน โดยได้สั่งการให้สถานศึกษาโดยเฉพาะสังกัดกระทรวง เช่น อาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ตั้งโรงครัว และช่วยกันทำความสะอาดหลังน้ำลด พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก ซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าภายในสัปดาห์นี้ยังไม่สามารถกลับมาทำการเรียนการสอนได้ต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
แจ้งเตือนท้ายเขื่อนพระราม6
กรมชลประทาน แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ท้ายเขื่อนพระราม 6 ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคกลาง ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้มีน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยขอให้เตรียมความพร้อมรองรับปริมาณน้ำจากฝนที่ตกต่อเนื่อง และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนพระราม 6 ให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 600–700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำตามปริมาณน้ำและสถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม
พบแล้ว2ศพแม่ลูกดับสลด
ด้านความคืบหน้ากรณีรถกระบะ ถูกกระแสน้ำพัดตกถนนไปในกระแสน้ำเชี่ยว ในพื้นที่บ้านห้วยเสือ หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยเหลือชาย 2 รายไว้ได้ แต่อีก 2 ราย ที่เป็นสองแม่ลูก ยังสูญหายไป ทราบชื่อต่อมาคือ นางตอง อายุ 55 ปี และ ด.ญ.นิชา อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านห้วยเสือ นั้น ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบร่างทั้งสอง เสียชีวิตห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร
นนทบุรีพบเด็กจมน้ำตาย3
ส่วนในช่วงเย็นวันที่ 28ก.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.หญิง พัณธสา ปัททุม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุมีเด็กไปเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะจมน้ำสูญหายไป 3 ราย บริเวณศาลเจ้าพ่อปู่ปากคลองบางตะนาวศรี ซอยพิบูลสงคราม 15 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงระดมเจ้าหน้าที่งมหาร่าง นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงพบร่างทั้ง 3 เสียชีวิต เบื้องต้นทราบชื่อคือ ด.ช.ออโต้ อายุ 11 ปี ด.ช.จัสติน อายุ 9 ปี และ ด.ช.นาย อายุ 15 ปี
ปภ.สรุปเดือดร้อน2.6ล้านคน ดับ22
นายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับ การระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 29จังหวัด ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ รวม 167 อำเภอ 890 ตำบล 5,077 หมู่บ้าน 940,300 ครัวเรือน 2,602,309 คน และกรุงเทพมหานคร 50เขต เสียชีวิตรวม 22ราย
เตือน3จว.แม่กลองน้ำเพิ่ม
ทั้งนี้ ปภ. ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast Service (CBS) ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสาคร แจ้งเตือนสถานการณ์ระดับน้ำเพิ่มสูง และแม่น้ำแม่กลองล้นตลิ่ง สำหรับ จ.กาญจนบุรี ปภ.แจ้งเตือนประชาชนใน อ.ไทรโยค อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เมือง อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเคลื่อนย้ายรถไปยังพื้นที่ปลอดภัย ส่วน จ.ราชบุรี แจ้งเตือนแม่น้ำแม่กลองล้นตลิ่ง ครอบคลุม อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.เมือง อ.บางแพ อ.ดำเนินสะดวก อ.วัดเพลง และ อ.ปากท่อ พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง และริมคลองสาขา อพยพออกจากบ้านเรือนทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

