โพลเผย ดัชนีการเมืองไทยเดือน ก.ย. น้ำท่วมฉุดความเชื่อมั่น ปชช.ยังปลื้มไทยช่วยไทย พลัส

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,061 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 22-26 กันยายน 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน เฉลี่ย 3.56 คะแนนลดลงจากเดือนสิงหาคม 2569 ที่ได้ 3.63 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.33 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 2.93 คะแนน ด้านนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่น พบว่า ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีใครผลงานโดดเด่นร้อยละ 28.08 รองลงมาคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 26.94 ด้านฝ่ายค้านคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 30.97 รองลงมาคือณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 20.91 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 52.54 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานและใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 45.00
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า คะแนนดัชนีการเมืองไทยเดือนกันยายน 2569ลดลงสวนทางกับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่แม้มีไทยช่วยไทยพลัสแต่ยังไม่เพียงพอที่จะพยุงความรู้สึกลำบากยากแค้นของประชาชนได้ ทั้งปากท้อง ผลงานรัฐบาลกระบวนการยุติธรรมที่คะแนนลดน้อยถอยลงจึงอาจเป็นเหตุผลให้ในเดือนนี้ไม่มีนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลคนใดที่ประชาชนชื่นชอบนำมาเป็นอันดับหนึ่งก็เป็นได้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนถึงสภาวะถดถอยของความไว้วางใจภาคประชาชนต่อระบบการเมืองไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นผลงานของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องสอดคล้องกับเสถียรภาพทางการเมืองที่มีคะแนนลดลงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 2.93 คะแนน สะท้อนถึงวิกฤตภาวะผู้นำในการขับเคลื่อนทางการเมืองแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการบรรเทาทางเศรษฐกิจอย่างไทยช่วยไทยพลัสและการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ก็ไม่สามารถชดเชยความกังวลใจในภาพรวมของประชาชนได้ท่ามกลางตัวชี้วัดที่ลดลงเกือบ ทุกด้าน มีเพียงผลงานฝ่ายค้านที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นซึ่งผลงานที่ทำให้ประชาชนชื่นชอบคือการตรวจสอบการทำงานและ ใช้งบประมาณของรัฐบาลสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกในการทำงานของฝ่ายค้านจึงส่งผลต่อคะแนนความนิยมของนักการเมือง ฝ่ายค้านในขณะที่รัฐบาลไม่มีนักการเมืองที่มีผลงานโดดเด่น หากฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในด้านยาเสพติด คอร์รัปชันและเศรษฐกิจของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมได้ จะนำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


