"อ.ธรณ์" ชี้ กทม. พ้นวิกฤต "ฝนแช่" แต่ยังต้องระวังหน้าฝน คาดกลาง-ตะวันออก ตกต่ออีก 2 สัปดาห์

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Thon Thamrongnawasawat) อัปเดตและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วม สภาพอากาศ รวมถึงมวลน้ำเหนือ โดยแบ่งประเด็นสำคัญออกเป็น 3 เรื่อง ดังนี้
- ฝนระลอกใหม่ไม่ใช่ "ฝนแช่" กทม.ผ่านจุดพีกแล้ว
ดร.ธรณ์ ระบุถึงสถานการณ์ฝนที่กำลังจะตกลงมาในช่วง 3-4 วันนี้ว่า เป็นเพียงฝนปกติตามฤดูกาล ไม่ใช่ลักษณะของ "ฝนแช่" ที่ตกวนอยู่กับที่นานกว่า 30 ชั่วโมงจนมีปริมาณน้ำสะสมใน กทม. ถึง 200 มิลลิเมตรเหมือนช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากความกดอากาศดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม้ฝนใหม่ที่ตกลงมาอาจซ้ำเติมพื้นที่ที่ยังมีน้ำขังอยู่บ้าง แต่จะไม่รุนแรงเท่าเดิม
ทั้งนี้ คาดว่าฝนลักษณะนี้จะตกในภาคกลางและภาคตะวันออกอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนที่ลมหนาวจะแผ่ลงมาดันร่องฝนลงสู่ภาคใต้ในช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคม ส่วนสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าไทย จึงสามารถคลายความกังวลลงได้ระดับหนึ่ง
- คาดน้ำท่วมขังรอระบาย 3-5 วันแห้ง
สำหรับมวลน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการสูบระบายลงคลองเพื่อออกสู่ทะเล ถนนสายหลักส่วนใหญ่กลับมาแห้งเป็นปกติแล้ว หากไม่มีฝนตกหนักลงมาซ้ำเติมแบบโชคร้ายจริงๆ คาดว่าพื้นที่ที่ยังมีน้ำขังจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันในการระบายจนหมด
- น้ำเหนือไม่เท่าปี 54 แต่ที่น่ากลัวคือ "คันกั้นน้ำพัง"
ประเด็นมวลน้ำเหนือที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ดร.ธรณ์ ยืนยันว่าปริมาณน้ำยังน้อยกว่ามหาอุทกภัยปี 2554 มาก สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่ปริมาณน้ำ แต่คือความมั่นคงของ "คันกั้นน้ำ" ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก รวมถึง "กำแพงหมู่บ้าน" ที่ส่วนใหญ่สร้างไว้กันขโมย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับแรงดันน้ำ หากคันกั้นน้ำชำรุดหรือพังทลาย (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาแม้กระทั่งตอนตี 3) จะทำให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยาก เหมือนบทเรียนในปี 2554 ที่คันกั้นน้ำพังกว่า 20 จุด จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่น (อบต.) และประชาชนจัดเวรยามเฝ้าระวังและตรวจตราคันกั้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
ห่วงสถานการณ์ภาคตะวันออก สาหัสจากมวลน้ำเขาใหญ่
นอกจากนี้ ดร.ธรณ์ ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ตั้งแต่นครนายก ปราจีนบุรี ไปจนถึงฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำป่าจากเขาใหญ่ โดยปัจจุบันเขื่อนขุนด่านปราการชลมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงถึง 98% ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างสาหัสจากการระบายน้ำ
ในช่วงท้าย ดร.ธรณ์ ได้สรุปว่า สำหรับพื้นที่ กทม. ถือว่าผ่านจุดวิกฤตที่สุดไปแล้ว ขอให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบสภาพคันกั้นน้ำหลังหมู่บ้านของตนเอง พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ที่กำลังประสบอุทกภัย ขอให้สถานการณ์คลี่คลายและน้ำระบายหมดภายใน 5-7 วันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

