นายกฯ บอกหลังลงพื้นที่ ปชช.ขอเร่งระบายน้ำ ยันไม่ใช่ลงแค่ไปแจกข้าว-น้ำ-ถุงยังชีพ แต่ไปดูสถานการณ์จริง

"นายกฯ"รับมีภาวะเสี่ยงในจังหวัดน้ำไหลผ่าน สั่งบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงาน บอกหลังลงพื้นที่ ปชช.ขอเร่งระบายน้ำ ยันไม่ใช่ลงแค่ไปแจกข้าว-น้ำ-ถุงยังชีพ แต่ไปดูสถานการณ์จริง
30 กันยายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขน้ำท่วมทั้งระบบ ว่า ตอนนี้มีสภาวะความเสี่ยงของทุกจังหวัดที่น้ำผ่าน ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง และปริมณฑล จึงมีการตั้งวอร์รูมเพื่อรับฟังสถานการณ์ในทุกเช้า เหมือนกับตอนที่มีสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข จะมีการประชุมช่วง 07.00 น.ของทุกวัน เพื่อรับทราบความเป็นไปของสถานการณ์และสั่งการแก้ไขปัญหา หากจังหวัดใดต้องการการสนับสนุนและการตัดสินใจ จะได้ดำเนินการได้ทันที เช่นเดียวกับกรณีน้ำท่วมน้ำหลาก ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.ภายใต้กฎหมายภัยพิบัติ ก็ต้องเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ ที่จะประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ช่วงนี้มีภาวะวิกฤต มีการประชุมกันเวลา 08.00 น.เพื่อดำเนินการทุกเรื่อง และจะมีการประชุมย่อยของแต่ละหน่วยงานต่อ โดยอธิบดี ปภ.จะรวบรวมข้อมูลมานำเสนอในที่ประชุมทุกเช้าเพื่อรับข้อสั่งการ
เมื่อถามว่า ในการประชุมนัดแรก มีพื้นที่ไหนที่มีการรายงานว่าประชาชนต้องเตรียมพร้อมรับมือ นายอนุทิน กล่าวว่า จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย มีความเสี่ยง จะมีการเร่งประชาสัมพันธ์ และแจ้งตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ.คนใหม่ จะเป็นคนให้รายละเอียด
ส่วนการที่นายกฯ ลงพื้นที่ ประชาชนมีการสะท้อนความต้องการเรื่องใด นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องการให้เร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณในความเข้าใจ ความอดทน อดกลั้นของประชาชน ที่มีต่อสถานการณ์น้ำท่วม การที่ตนลงไปในพื้นที่ ไม่ใช่ไปเพื่อแจกข้าว แจกน้ำ แจกถุงยังชีพ แต่ทำให้เราได้สัมผัส ถึงความลำบากของประชาชน ได้เห็นสถานการณ์จริงว่าเป็นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุน และการตัดสินใจอย่างไร การลงพื้นที่ 3 - 4 แห่ง ในช่วงที่ผ่านมา อย่างน้อยทำให้ทุกหน่วยงานเกิดการบูรณาการ และมาให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ จากวันแรกที่เข้าไปทุกคนบอกอาหารไม่พอ ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน ไม่มีการช่วยเหลือ ไม่มีไฟ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จนวันนี้สามารถเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง เข้าไปแล้วได้เห็นสถานการณ์ไม่ใช่คอยรับฟังอย่างเดียว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมีความกังวลในเรื่องใดบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็กังวลจนกว่าน้ำจะออกไป ตอนนี้ระบายไม่ได้ เพราะน้ำหนุนที่อยู่รอบๆ ยังสูงอยู่ เราต้องระวังและแชร์ข้อมูลซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะมีการปล่อยน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าไม่มาบูรณาการกัน ทุกคนไปแก้ปัญหาของตัวเองไม่แชร์ข้อมูลกัน เช่น กทม.พยายามปล่อยน้ำเต็มที่ แต่กรมชลประทาน หรือ กฟผ.ปล่อยน้ำเข้ามา ก็จะมีน้ำมาเติม จึงต้องบริหารจัดการ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

