ตำนานความสยอง "ผีกระหัง"อสูรกายแห่งสากและกระด้งบิน

วันนี้ผมกลับมาตามคำสัญญาครับ หลังจากที่ครั้งก่อนเราได้ฟังเรื่องราวของ "กระสือ" ผีไทยฝ่ายหญิงกันไปแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนมาพบกับตำนานคู่ขวัญที่มักถูกพูดถึงเคียงคู่กับ “ผีกระสือ” กันมาเสมอก็คือ “ผีกระหัง”
ถ้ากระสือคือตัวแทนความสยองของฝั่งหญิง กระหังก็คือฝั่งชาย เรื่องราวของกระหังไม่ได้เริ่มต้นจากวิญญาณเร่ร่อนหรือคนเสียชีวิต แต่เริ่มต้นจากคนเป็นๆ ที่ยังคงเดินปะปนกับเราในหมู่บ้านช่วงเวลากลางวันเหมือนกับกระสือนั่นแหละ
จุดเริ่มต้นของผีกระหังเกิดจากผู้ชายที่ร่ำเรียนวิชาอาคม มนต์ดำ เดรัจฉานวิชา ไม่ว่าจะเป็นคาถาคงกระพันชาตรี คาถาพรางตัว หรือคุณไสยทำร้ายผู้อื่น แล้ววันหนึ่งเกิดหลุดข้อห้าม เช่น เผลอไปกินของต้องห้าม เดินลอดราวตากผ้าถุง หรือด่าทอบุพการีผู้มีพระคุณ ทันทีที่ผิดครู วิชาอาคมที่เคยคุ้มครองจะย้อนกลับมาทำลายตัวเอง หรือที่เรียกว่า "ของเข้าตัว" เปลี่ยนจิตใจและร่างกายของคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายยามค่ำคืน

ในเวลากลางวัน ชายที่เป็นกระหังจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่จะมีจุดสังเกตคือ ใบหน้าจะหมองคล้ำ ซูบซีด ขอบตาดำโรยเหมือนคนไม่ได้นอนตลอดคืน และมักมีพฤติกรรมชอบเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงพูดคุยกับใคร
แต่พอตกดึก ช่วงเวลาที่หมู่บ้านเงียบสงัด เสียงลมพัดใบไม้ไหวสวบสาบ เขาก็จะแอบเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียม "อุปกรณ์ลับ" ในการบิน
ปีก ใช้ "กระด้งฝัดข้าว" ขนาดใหญ่ 2 ใบ นำมารัดหรือหนีบไว้แน่นใต้รักแร้ทั้งสองข้าง แล้วใช้แขนกระพือเพื่อสร้างแรงลอยตัว
หางเสือ ใช้ "สากตำข้าว" ไม้แข็งๆ นำมาขี่ไว้ระหว่างขา คล้ายแม่มดขี่ไม้กวาด เพื่อใช้น้ำหนักถ่วงทรงตัวและบังคับทิศทาง
คุณลองนึกดูแล้วกัน ในคืนที่ท้องฟ้ามืดมิด หากคุณเดินอยู่คนเดียวบนถนนหรือทางเกวียนแบบสมัยก่อน แล้วได้ยินเสียงลมกระพือดัง พึ่บ พึ่บ พึ่บ พร้อมเสียงไม้สากกะเทาะกันดัง ก๊อก ก๊อก เหนือหัว นั่นแหละคือสัญญาณว่าผีกระหังกำลังบินร่อนอยู่บนฟ้า
ส่วนของกินของกระหังมีรสนิยมคล้ายกระสือคือชอบกินของคาว ของดิบ สิ่งปฏิกูล และเศษอาหารเน่าเสีย แต่กระหังจะมีสันดานที่ดุร้ายและชอบก่อกวนมากกว่า มันมักจะชอบบินไปโฉบดักหน้าหญิงสาวในยามวิกาล ส่งเสียงขู่ขวัญให้ตกใจ หรือแอบขว้างปาหินและสิ่งของใส่หลังคาบ้านเรือนเพื่อความสะใจ
สำหรับการรับมือนั้น เนื่องจากกระหังมีเนื้อหนังเหมือนมนุษย์ การป้องกันจึงแตกต่างจากผีวิญญาณทั่วไป
คนโบราณบอกว่าหากเจอตัวกระหัง สามารถใช้ไม้พลองหรือไม้เรียวไล่ตีได้เลย เพราะมันจะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนคนปกติทุกประการ
หรือในตอนกลางวันหากชาวบ้านสงสัยว่าใครในหมู่บ้านเป็นกระหังก็จะแอบไปเผาทำลายกระด้งและสากตำข้าวของบ้านนั้น เมื่อไม่มีอุปกรณ์ กระหังก็จะไม่สามารถบินออกหากินได้ และสุดท้ายวิชาชั่วร้ายก็จะกัดกินร่างกายจนเสียชีวิตไปเอง
อีกอย่างหนึ่งก็คือชาวบ้านมักนำกิ่งหนามพุทรามาโรยไว้บนหลังคาหรือรอบๆ บ้าน เพราะเวลาผีกระหังจะบินลงจอด ร่างกายและกระด้งจะไปติดหนามแหลมจนได้รับความเจ็บปวด
แต่ในมุมมองปัจจุบัน เรื่องของผีกระหังอาจเป็นอุบายของคนโบราณที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของ "โจรขโมย" ที่ใช้กระด้งหรือผ้าบังหน้ายามวิกาล หรือผู้ป่วยทางจิตที่แอบออกจากบ้านกลางดึก แต่ไม่ว่าจะอย่างไรตำนานของกระหังและกระสือ ก็ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่สร้างความสะพรึงกลัวให้สังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย

คืนนี้ก่อนนอนลองมองขึ้นไปบนหลังคาบ้านดูนะครับว่า มีเงาของใครบางคนขี่สากตำข้าวพร้อมกระพือกระด้งรอคุณอยู่หรือเปล่า
แล้วคุณล่ะครับ คืนนี้ปิดหน้าต่างลงกลอนแน่นหนาดีแล้วหรือยัง?

