รอบรั้วเมืองใต้ : 01 ตุลาคม 2569

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น....ฟัง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พูดถึงการแก้ปัญหา น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ที่เพิ่มผ่านไปหยกๆ โดยทิ้งความ สูญเสีย อย่าง มหาศาลเอาไว้ว่า จะนำเอาบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นโมเดล ในการ เยียวยา แก้ปัญหา ที่เกิดกับ คนกรงุเทพฯ .... ก็ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้ว่า การแก้ปัญหา น้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นการแก้ที่ ล้มเหลว ตั้งแต่การ กำจัดขยะหลังน้ำท่วม จนถึง วันนี้ ยัง สะสาง เรื่อง โกง เรื่อ กิน ขยะ ยังไม่จบเรื่อง เรื่องการ ฟื้นฟูเมือง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังน้ำลดก็ ล้มเหลว ทั้งเรื่อง เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และ งบประมาณที่ ล่าช้า ทุกคนต้องช่วยตนเอง และ งบการซ่อมแซม คู คลอง ไม่ว่าจะเป็น คลอง ร.1 คลองอู่ตะเภา และ ใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ เพิ่มจะมีการ อนุมัติ เพื่อการ ซ่อมแซม ซึ่ง ยังไม่รู้ว่าจะทันกับ น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่จะมาถึงในอีก 1 เดือนข้างหน้าหรือไม่.... ในขณะที่ งบประมาณ 22 ล้าน ที่ ครม.สัญจร รับปากว่าจะให้ เทศบาลนครหาดใหญ่ มาขุดลอก คู คลอง ในเขตเทศบาล จนป่านนี้ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ บอกว่า ยังไม่ได้รับ เช่นเดียวกับงบประมาณที่ขอไป 50 ล้าน เพื่อใช้เพิ่มคันกั้นน้ำ แก้มลิง เพื่อ กักเก็บน้ำอย่าให้ไหลเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ ถั่วสุกงาไหม้ ดังนั้นอย่าเอา โมเดล การ แก้ปัญหาน้ำท่วม หาดใหญ่ ไปใช้กับ กรุงเทพฯ เพราะเดี๋ยวจะ ซ้ำรอย ของความ ล้มเหลว ที่หาดใหญ่....แต่ สำหรับคน หาดใหญ่ ให้ดู บทเรียน การ ช่วยเหลือ น้ำท่วม ที่กรุงเทพฯ เป็นตัวอย่าง ตั้งแต่เรื่องการที่ นักการเมืองบอกกับ ประชาชนว่า เอาอยู่ จนถึงการแจ้งเตือนที่ล่าช้าไม่ทันการ การช่วยเหลือที่ ล่าช้า ทั้งใน ขณะที่ บ้านเรือนจมน้ำ และหลังน้ำลด ดังนั้นคนใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ต้องเตรียมการ ช่วยตนเองตั้งแต่วันนี้ เพราะอีก 1 เดือน ก็จะถึง ฤดูฝน ของ ภาคใต้แล้ว ในขณะที่การ ลอกคูระบายน้ำของ เทศบาลนครหาดใหญ่ซึ่งมีระยะทาง 450 กิโลเมตร ยังลอกไม่เสร็จ ยังเหลือที่ยังอยู่ระหว่างการตั้ง งบประมาณอีก 100 กิโลเมตร อย่าลืมท่องคำว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนคือที่พึ่งแห่งตน จะได้ไม่ต้องโทษ ฟ้าโทษฝน และโทษ เทศบาล โทษ รัฐบาล ที่มีแต่ ข้อแก้ตัว....เทศบาลเมืองพัทลุง อลเวง จากการที่ ปปช. ชี้มูล นายกเทศมนตรีทุจริต โดยการ ส่งฟ้อง ตามความผิดที่เกิดขึ้น ทำให้ สุจินต์ วากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง มีคำสั่งให้พ้นจากการทำหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองพัทลุง หลังจากนั้น กกต.จังหวัด ก็ รับลูก ประกาศให้มีการ เลือกตั้ง ใหม่ และ มี ผู้ไป ยื่นใบสมัคร ตามประกาศ ต่อมา ผู้ถูกกล่าวหายื่น ขอความคุ้มครองชั่วคราว ต่อ ศาลปกครองภาค 9 ( สงขลา ) และ ศาลปกครองให้ความ คุ้มครองชั่วคราว วันนี้ทุกอย่างจึง เดินหน้า ไม่ได้ นี่คือความ อลเวง ที่เกิดขึ้น และ เป็น อุทาหรณ์ สำหรับ จังหวัดอื่นๆ ที่มีปัญหาใน ลักษณะ เดียวกัน....สวนสน ใน แหลมสน ในพื้นที่ เทศบาลนครสงขลา ถูก มือดี เข้าไป ตัดโค่น จำนวนเกือบ 100 ต้น เอาไปขายให้ โรงไม้ คำถามแรกของคนในพื้นที่ สวนสน ที่ว่าตั้งอยู่ใน ตัวเมือง รายรอบด้วย หน่วยงานราชการ และ ชุมชน ทำไมจึงไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ถ้าถูกตัดเพียง ต้น สองต้น ก็อีกเรื่อง แต่นี้ ตัดกันเกือบ 100 ต้น ใช้รถบรรทุก ใช้เครื่องเลื่อย ในการ ตัดโค่น และ บรรทุกออกจากพื้นที่ คำถามที่สอง เรื่องนี้เกิดขึ้นและผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือน ทำไม ขบวนการ สืบสวน สอบสวน เพื่อหาตัว คนทำผิด จึงไม่คืบหน้า ทั้งที่รู้ว่า ใครเป็นผู้รับซื้อ เรื่องนี้ พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผกก.สภ.เมือง สงขลา ต้องมีคำตอบ ให้กับประชาชน.... ข่าวปั้น ข่าวปล่อย เรื่อง ยิว หรือ กลุ่มทุนชาว อิสราเอล ส่ง นอมินี กว้านซื้อที่ดิน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ มีการกระพือข่าว ทั้งจาก บรรดา อินฟูลเอนเซอร์ เจ้าหน้าที่รัฐ และ แม้แต่ พลพีร์ สุวรรณฉวี มท. 2 ก็ ออกมายื่นยันเป็นปี่เป็นขลุย หรือ ความวุ่นวาย จาก ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังยุ่งเหยิง และเลวร้าย ไม่พอ จึงได้พยายาม จุดไฟ ความ ขัดแย้ง ระหว่างยิวกับมุสลิม ในประเทศให้เป็น ไฟกองใหญ่.... ยิว เข้ามา กว้านซื้อที่ดิน โดยใช้ นอมินี เพื่อ ทำ ธุรกิต แข่งกับ กลุ่มทุนไทย เป็นเรื่องจริง แต่ เป็นที่ เกาะภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย ซึ่งเป็นโซนเมืองท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจภาคใต้ตอนบน ไม่ใช่ภาคใต้ตอนล่าง และถ้าใช้ สมอง คิด ก็เป็นไปไม่ได้ที่ ยิว จะมาอยู่ในพื้นที่ สามจังหวัดที่มีชาวมุสลิมอยู่ถึง 90% เพราะ โดยประวัติศาสตร์ ยิว กับ มุสลิม คือ ศัตรู ดังนั้นจึงอย่าได้ สุมไฟ กองใหม่ ในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกเลย....ที่น่ากลัวกว่า และ มันมาแล้ว คือ จีนเทา จาก กลุ่ม สแกรมเมอร์ จาก เมียนมา และ กัมพูชา ที่มี ขบวนการ รับจ้างนำมามายังพื้นที่ เมืองชายแดน ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ สงขลา และ นราธิวาส รวมทั้ง ส่วนใหญ่ หลบหนี ข้ามแดน ไปยัง ประเทศ มาเลเซีย เพื่อมา ตั้งฐาน ในการ หลอกลวง ที่ผ่านมา ศุลกากร ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีการ จับกุมเครื่องเครื่องมือ ที่ใช้ในการ ส่งสัญญาณ ที่ติดตั้งในรถยนต์ได้ และล่าสุด ตำรวจ มาเลเซีย จับกุม แก๊งสแกรมเมอร์ ที่เป็น จีนเทา ที่ หลบหนีเข้าเมืองได้ 12 คน ตรงนี้ต่างหากที่ น่ากลัว และ หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ต้อง ตาสว่าง ได้แล้ว....
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

