เคาะโผทหาร ‘ศรัณย์’นั่งคั่วปลัดกห. ‘ชาคริต’ผงาดมทภ.4

จับตา สภากลาโหม 20 สิงหาคมนี้ ถกเคาะโผทหารโค้งสุดท้าย ก่อนส่งให้นายกฯ 28 สิงหาคม เพื่อนำทูลเกล้าฯต่อไป คาด “ศรัณย์” นั่งปลัดกห. ดัน “รบพิเศษ” นั่งมทภ.4 ดับไฟใต้ รอผบ.ทบ.วางไลน์ 5 เสือใหม่ “ระวิน” นักบิน F-16 บินอารักขานายกฯ ขึ้นผู้ช่วยผบ.ทอ. ส่วน “บิ๊กโก๋” ทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ต่อ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสเรื่องการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล โดยชี้ไปที่ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ที่เดินทางมาส่งนายกฯ เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย
พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า อย่าใช้คำว่าโผเลย ทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร. ไม่มีโผไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่หน่วยพิจารณาตามความเหมาะสม และนำเรื่องขึ้นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อรายชื่อส่งขึ้นมาแล้ว ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีเกณฑ์ และจะนำไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการตามมาตรา 81 (1)(ก) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเราก็ต้องว่ากันไป และ พิจารณาตามความเหมาะสมว่าใครมีผลงาน ใครมีประวัติอย่างไรเราก็ว่าไปตามนั้น ไม่ได้มีโผ ไม่ได้มีอะไร
เมื่อถามว่ามีกระแสว่าชื่อนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 ค่อนข้างนิ่งแต่นายร้อยตำรวจรุ่น 48 รายชื่อขยับขึ้นระดับ พลตำรวจโท พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า ไม่มีจำกัดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหนจะรุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ที่ประวัติและผลงานที่จะต้องนำมาเสนอกันในที่ประชุม ทุกอย่างขอให้ทุกคนไม่ต้องกังวล ว่าจะมาจำกัดรุ่นหรืออะไร ยืนยันว่าทุกอย่างไม่มี
ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและทุกคนได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ ตอบสั้นๆ ว่า “ถูกต้องครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมสภากลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานและมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม คาดว่าก่อนการประชุมจะมีการหารือคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล (บอร์ดกลาโหม) เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล เพื่อสรุปการจัดทำโผทหารรอบสุดท้าย ก่อนส่งรายชื่อให้ เจ้ากรมเสมียนตราไปตรวจสอบความถูกต้อง แล้วค่อยส่งต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 28 สิงหาคม เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป
สำหรับตำแหน่งสำคัญที่น่าสนใจ คือปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่าจะเป็น พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26)
ส่วนตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ มี 3 แคนดิเดตคือ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ตท.26) , พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) และ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ตท.26)
ขณะที่กองทัพไทย คาดว่าจะขยับ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) ในฐานะเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ส่วน พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหารคนปัจจุบัน (ตท.26) ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการฐานสูงสุด
สำหรับกองทัพบกในระดับ 5 เสือ มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง อาทิ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.26) จะขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก จ่อชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2570 ซึ่ง พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อ เพื่อนำไปหารือในบอร์ดกลาโหม
นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อ พลเอก อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (ตท.26) รวมถึง พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.28), พลโท สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.28) รวมถึง พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (ตท.26) อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะต้องมีการขยับ
ในขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คาดว่าจะมีการปรับ พลโท นรธิป โพยนอก (ตท.26) ขึ้นอัตราพลเอก แล้วให้ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 (รบพิเศษ) (ตท.28) ขึ้นมาแทน
ส่วนกองทัพอากาศ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเกษียณอายุราชการ คาดว่าจะมารับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ต่อ ทั้งนี้ คาดว่า พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ. (ตท.26) ขึ้นมาแทน โดยล่าสุดได้ขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี ในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

