นายกฯไล่บี้ขรก.เกียร์ว่าง ขู่เด้งเข้ากรุ สั่งตั้งวอร์รูมสู้อุทกภัย โต้ลั่นปมควักเงินแจก

นายกฯไล่บี้ขรก.เกียร์ว่าง
ขู่เด้งเข้ากรุ
สั่งตั้งวอร์รูมสู้อุทกภัย
โต้ลั่นปมควักเงินแจก
“อนุทิน”แจงดราม่าแจกเงินประชาชนช่วยน้ำท่วม เหตุ ถุงยังชีพหมด ลั่นเงินสะอาดชัวร์ สวน “ไอซ์ รักชนก” อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัด ยันพ่อ-แม่สอนมาดี ให้ดูแลชาวบ้าน ย้ำน้อมรับคำด่า ถือว่าให้ประชาชนได้ระบาย โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯสั่งกลางที่ประชุมครม.ขรก.คนนั้นไม่ปฎิบัติตามนโยบายรบ.พร้อมใช้อำนาจย้ายมานั่งสำนักนายกฯ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยกล่าวถึงกระแสดราม่า ที่ถูกฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจติดตามน้ำท่วมว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย อย่าไปให้ความสนใจ พอพูดแบบนี้ไปก็จะว่า ตนไม่สนใจ เดี๋ยวก็หาว่าไม่รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ใช่ วันนี้ทำงานอย่างเดียว ใครดุด่าว่ากล่าว ก็น้อมรับ ใครกล่าวคำแรงๆมาก็ถือว่าเขาได้ระบาย นึกสภาพว่าเป็นเรา เราอาจจะแรงกว่าเขาก็ได้ แต่เราก็ปล่อยให้เขาได้ระบายอย่างเต็มที่ ไม่เป็นไร เราเป็นรัฐบาล เลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อถามถึง กรณีที่นายกฯมอบเงินให้ชาวบ้านระหว่างลงพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพฯเมื่อคืนนี้(29ก.ย.)นายกฯกล่าวว่า ถุงยังชีพที่นำไปแจกหมด
สวน‘ไอซ์’ลั่นเงินสะอาดแน่นอน
ส่วนกรณีน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ตั้งคำถามว่าเงินที่ให้สะอาดหรือไม่นั้น นายกฯหัวเราะก่อนกล่าวว่า อย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันทางการเมือง วันนี้เป็นเวลาช่วยเหลือประชาชน ต่างคนต่างถามก็จะยิ่งทำให้แตกแยกไปกันใหญ่ วันนี้ต้องการความสามัคคีและมุ่งไปถึงการช่วยเหลือประชาชน ก่อนจะยืนยันว่า
“เงินผมสะอาดแน่นอน เงินเดือนที่ให้พี่น้องประชาชนไปเมื่อวาน ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นข้าราชการ ที่ให้พี่น้องประชาชนไปเพราะว่าถุงยังชีพที่เตรียมไปมันหมดพอดี และประชาชนก็เดินออกมาไกล ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนอะไร จึงมอบในสิ่งที่มีอยู่ติดตัวไป ก็เท่านั้นเอง เป็นความตั้งใจของผม ทำอะไรได้ผมก็ทำให้ ไม่เคยคิดอะไรที่เป็นเรื่องของการเมือง”นายกฯกล่าว และว่า คำถามที่ถาม ต้องไม่เอามาตรฐานตัวเอง มาเทียบกับคนอื่น
และเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หมายถึงนางสาวรักชนก ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า ใช่ ก่อนจะพูดว่า “ผมมีพ่อแม่ สั่งสอนมาดีให้ดูแลพี่น้องประชาชน”
นายกฯฮึ่ม!ขรก.เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งจะเห็นว่ามีส่วนราชการต่าง ๆ เข้าไปในพื้นที่หลายหน่วยงานหลายภาคส่วนกรมชลประทาน ปภ. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)หรือสสน.รวมถึงแต่ละจังหวัด นายกฯย้ำในที่ประชุม ครม.หากมีการสั่งการ หรือข้อสั่งการหรือมีการดำเนินการที่สั่งการโดยระดับบริหารของกระทรวงใด และผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงนั้นไม่ให้ความร่วมมือ หรือดำเนินการแล้ว ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับระดับผู้บริหาร นายกฯจะสามารถใช้อำนาจขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี
“ในที่ประชุม ครม. นายกฯ ยังสั่งการฝ่ายบริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือ หากไม่ให้ความร่วมมือ นายกฯจะใช้อำนาจขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาปฏิบัติงานที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าหลังจากนี้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีปัญหาติดขัด รวดเร็ว ช่วยเหลือกันอย่าง เต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” โฆษกรัฐบาลกล่าว
ครม.เงาส้มสอนมวยรบ.แก้ท่วม
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเงา(ครม.เงา)พรรคประชาชนว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้จะพูดถึงปัญหาการบริหารจัดการภัยพิบัติ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำตัวเองและคณะรัฐมนตรีมาฟังจะเป็นประโยชน์มากที่สุดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน พร้อมระบุว่า จากที่ตนลงพื้นที่ พบปัญหาขาดศูนย์บัญชาการหน้างาน ซึ่งรัฐบาลควรตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด เช่น ปราจีนบุรี เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เพราะแต่ละจุดปัญหาไม่เหมือนกัน กระจายศูนย์ระดับพื้นที่ โดยแบ่งการจัดการพื้นที่ ตนเห็นว่าที่เทศบาลนครปากเกร็ดทำเป็นวิธีบริหารจัดการที่ดีคือ เปลี่ยนจากการให้ถุงยังชีพเป็นเงินสดแทนตอบโจทย์ประชาชนมากกว่า ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลนั้น ต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด โดยเฉพาปัญหาตามซอกซอยระบายน้ำสู่คลองสายหลักยังขาดประสิทธิภาพ รวมถึงป้องกันไม่ให้น้ำท่วม
ไหมบี้รัฐพูดความจริงแจ้งเตือนปชช.
ขณะที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ที่ปทุมธานี นนทบุรี มีปัญหาน้ำขังรอการระบายวันนี้เป็นวันที่ 5 น้ำเริ่มเน่า ซึ่งจะมีปัญหาใหญ่ตามมา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ประชาชนจึงอยากทราบตรงนี้เพื่อจะได้รู้ว่าต้องจัดการตัวเองอย่างไร แต่ตอนนี้กลับไม่มีการแจ้งข้อมูลหรือสถานการณ์ใดๆ เลย สำหรับแถบปริมณฑล ปทุมธานี เจอน้ำเหนือ สมุทรปราการเจอน้ำทะเลที่กำลังจะหนุน และน้ำฝนกำลังจะมาอีก จึงอยากให้มีการแจ้งเตือนเพื่อเตรียมการต่างๆ ไว้ล่วงหน้าให้พร้อม ส่วนที่นนทบุรีต้องเร่งระบาย แต่กลับไม่มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเท่าที่ควรจะเป็น ที่สำคัญต้องจัดการปัญหาขยะ สิ่งปฏิกูลให้ดี
นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะระยอง ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี และจากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา พบว่าปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต คือขยะอุตสาหกรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสำรวจและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการ
‘ไอซ์’ฝากลดขั้นรับเยียวยา
ส่วนน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพมหานครว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ สีแดง สีเหลืองและสีเขียว ก็พอเข้าใจได้ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกันคือ การบริหารจัดการหน้างานในพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ เช่น เคหะร่มเกล้า และคลองจั่น กทม.เข้าไปดูแลหรือไม่ เราไม่ว่าใคร แต่อยากให้มีคนรับผิดชอบจัดการบริหารหน้างานให้ดี เพื่อกระจายการช่วยเหลือให้ทั่วถึงคนที่อยู่ในซอยย่อย อีกประเด็นสำคัญคือ การขอเงินเยียวยาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหาดใหญ่ หรือน้ำท่วมน่าน ไม่ได้มีเงื่อนไขให้ไปแจ้งความที่สน.ก่อน แต่ของกรุงเทพมหานครมีการเพิ่มขั้นตอนมา โดยเฉพาะเจาะจงของกรุงเทพมหานครหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ ต้องตั้งคำถามไปถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าจะสามารถลดขั้นตอนเพื่อให้ประชาชนสะดวกสบายขึ้น และยากลำบากน้อยลงได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ชีวิตก็ลำบากอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการที่นายกฯมอบเงินส่วนตัวให้ชาวบ้าน น.ส.รักชนก ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมวิ่งขึ้นไปบนห้องประชุมทันที
‘เท้ง’สับนายกฯอย่ารีบถอดบทเรียน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่การพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เสนอโดยแต่ละพรรคการเมืองในทำนองเดียวกัน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนเพื่อให้รัฐบาลรับไปพิจารณา โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัญหาน้ำท่วมยังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน สัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 5ต.ค.เป็นไปได้ที่ฝนจะกลับมาตกหนักอีก อยากให้นายกฯปรับปรุงการเตือนภัย การแก้ปัญหาการเผชิญเหตุ ในต่างจังหวัดขาดการรวมศูนย์การตัดสินใจและบริหารทรัพยากร การบริหารจัดการหน้างานพื้นที่น้ำท่วมในกทม. มีแต่จิตอาสามาช่วยกัน แต่พื้นที่ชุมชนที่อยู่ลึกๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะขาดการกระจายศูนย์ นอกจากนี้ การเยียวยาผู้ประสบภัยล่าช้า เพราะสับสนหลักเกณฑ์ หรือไม่เพราะเกรงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเล่นงาน นายกฯต้องทำให้ชัดเจน และสุดท้าย นายกฯต้องฟื้นความเชื่อมั่น โดยทำแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนในอนาคตจะได้ไม่เกิดซ้ำร้อยเช่นนี้อีก
‘อภิสิทธิ์’จี้สังคายนากม.สาธารณภัย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า จากการลงพื้นที่พบว่าส่งการเตือนภัย ประชาชนสายเกินไป ไม่มีคำเตือนก่อนหน้านี้ที่เป็นรูปธรรมให้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ขาดการเตรียมรับมือที่ดีในการระบายน้ำ ขาดการบริหารจัดการแก้ปัญหา ขาดการประสานงานเรื่องการบัญชาการท้องถิ่นแก้ปัญหาได้ดีกว่า ปัญหาการเยียวยา แม้จะมีกองทุนระบบภัยพิบัติแห่งชาติ แต่จะใช้ได้หรือไม่ เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญา ขณะที่หลักเกณฑ์การเยียวยา 9,000บาท ก็มีคำถามว่า คนที่อยู่บนแฟลตสูงๆ ถูกน้ำท่วม ออกมาไม่ได้ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน จะได้รับเงินเยียวยาก้อนนี้หรือไม่ และถึงเวลาต้องปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่ให้มีหน่วยงานบัญชาการประสานงานกับคนมีน้ำใจ ทั้งภาครัฐ เอกชน เพราะบ้านเราไม่ขาดเรื่องน้ำใจ แต่การบริหารจัดการประสานงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

