GAC Thailand จับมือ M18 Mobility เปิดตัว “MGO” รุกแท็กซี่ไฟฟ้า ตั้งเป้า 3,000 คันใน 3 ปี

GAC Thailand ผนึก M18 Mobility เปิดตัว “MGO” รุกตลาดแท็กซี่ไฟฟ้าพรีเมียม พร้อมส่งมอบ GAC AION Y Plus 410 ล็อตแรก 15 คัน ชูโมเดลพาร์ทเนอร์ และบริการครบวงจร ยกระดับมาตรฐานการให้บริการและคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่ ตั้งเป้าส่งมอบ 500 คันในปีแรก และ 3,000 คันภายใน 3 ปี

นายมาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด และ MGO Mobility (เอ็ม โก โมบิลิตี้) กล่าวว่า “การผนึกกำลังในครั้งนี้ MGO (เอ็มโก) ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่มุ่งเน้นการเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศการเดินทางไฟฟ้าที่ครบวงจร (EV Mobility Ecosystem)” ที่ออกแบบระบบสนับสนุนให้คนขับแท็กซี่ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่สูง โดยเปิดโอกาสให้คนขับเข้าร่วมในรูปแบบเช่าขับ เพื่อเป็นเจ้าของ (Drive-to-Own) สัญญา 7 ปี ในอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียงวันละ 799 บาทในช่วง 3 ปีแรก และลดเหลือ 699 บาทในอีก 4 ปีหลัง
ทั้งนี้จากข้อมูลการใช้งานพบว่า รถยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุน ค่าพลังงานได้มากกว่า LPG ถึง 55% ต่อกิโลเมตร หรือ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี ส่งผลให้ผู้ขับขี่มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่ไฟฟ้า ใช้งานอยู่กว่า 6,000 คัน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 260% ในช่วงปี 2567-2568 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะ สู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน จากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาด EV Taxi กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของประเทศไทย

ทั้งนี้ MGO ตั้งเป้าหมายขยายฟลีทส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้า ให้ครบ 500 คันภายในปีแรก และวางเป้าหมายระยะยาวขยายสู่ 3,000 คัน ภายใน 3 ปีของการดำเนินงาน พร้อมเร่งอัตราการเติบโตของการส่งมอบรถในทุกๆไตรมาส โดยในระยะแรก MGO จะเน้นปักหลักให้บริการใน 2 ย่านธุรกิจสำคัญที่เชื่อมต่อกับสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ ย่านสะพานใหม่-ดอนเมือง และย่านกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ เพื่อรองรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ฝั่งตะวันออก และจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียมไว้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วย MGO Taxi Center 2 แห่งที่สะพานใหม่-ดอนเมือง และกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ ช่องบริการเช็คระยะแบบ Fast-lane เฉพาะรถแท็กซี่ MGO ณ ศูนย์บริการ M18ทั้ง 3 สาขา (ลำลูกกา, สะพานใหม่, ธัญบุรี คลอง 2) ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังและ GAC Mobility Hub ที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ที่สุดของการใช้รถ EV ณ ธัญบุรีคลอง 2 ตลอดจนการร่วมมือเครือข่ายสถานีชาร์จ iGreen+ และสถานีพลังงานบางจาก Best Energy ในอนาคต MGO มีแผนจัดตั้งหน่วยบริการซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ (Mobile Service) เพื่อดูแลผู้ขับขี่ตลอด 24 ชั่วโมง
นายหวัง ห้าวหยง ประธานกรรมการ GAC Thailand กล่าวเสริมว่า GAC Thailand มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ M18 Mobility ในการขับเคลื่อนโครงการ MGO ซึ่งเป็นมากกว่ารถแท็กซี่ไฟฟ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของ GAC Mobility Hub ที่เชื่อมโยงทั้งผู้ขับขี่ ยานยนต์ การบริการ และสถานีชาร์จเข้าด้วยกัน GAC พร้อมที่จะสนับสนุน MGO อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทย และร่วมขับเคลื่อนภาคการขนส่งของประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

สำหรับผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพที่สนใจเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MGO สำหรับ 50 คันแรก จะได้รับสิทธิพิเศษเครดิตชาร์จไฟฟรีสูงสุด 27,000 บาทตลอดอายุสัญญา ณ สถานีชาร์จ iGreen+ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ MGO สำนักงานใหญ่สะพานใหม่ และสาขากิ่งแก้ว หรือติดตามข่าวสารได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของ MGO facebook.com/MGOmobility
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



