"สมภพ" ซัด "ทวิดา" อ้างสับสนอำนาจเตือนภัย ฟังไม่ขึ้น! ชี้เหยื่อน้ำท่วมฟ้อง ม.157 ได้

สืบเนื่องจากกรณีที่ ทวิดา กมลเวชชรอง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาแถลงขอโทษถึงความผิดพลาดของระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast) กรณีน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจากความสับสนในเรื่องอำนาจหน้าที่ระหว่าง กทม. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นั้น ล่าสุด นายสมภพ พอดี นักธุรกิจ และนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่เคยเขียนจดหมายถึง นายกฯ ให้ปลด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ปมล้มเหลวซ้ำซากในการจัดการน้ำ ได้ออกมาโพสต์ข้อความสวนกลับคำชี้แจงดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยระบุว่า...

“ผิดพลาดจริงเหรอ?
มีสื่อรายงานว่า ความผิดพลาดที่ไม่มีการเตือนภัยเรื่องนํ้าท่วมเมื่อฉับพลันอาทิตย์ที่แล้วเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน (ใช้คำว่า ไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจผิด จะถูกต้องตรงกับความเป็นจริงกว่า ดังต่อไปนี้
...... ยอมรับความบกพร่องกรณีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา09.30 น. ว่าเกิดจากช่องว่างและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในขั้นตอนการทำงาน เนื่องจากระบบเดิม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้มีหน้าที่กดปุ่มส่งข้อความ ทำให้เกิดความสับสนว่า กทม. มีสิทธิ์ขาดในการสั่งเตือนภัยทันที หรือต้องผ่านการพิจารณาเกณฑ์ของ ปภ. ก่อน.....
จากข่าวภาพซ้าย ใคนสนใจเปิดอ่านจากลิ้งค์ได้
https://www.facebook.com/share/p/1bFooMqNey/
แต่ผมอ่านแล้วไม่เชื่อ ไม่แม้แต่น้อย ส่วนใครอ่านหรือฟังแล้วเชื่อก็ตามสบายเลยครับ เราคิดต่างกันได้อยู่แล้ว
ที่ผมไม่เชื่อ ก็เพราะ
- การทำงานด้านความปลอดภัย เช่น การประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง การแจ้งเตือนภัย ฯลฯ ต้องมีขั้นตอนที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องรับรู้และเข้าใจร่วมกันตรงกันอย่างถูกต้องและครบถ้วน จึงเป็นปกติที่จะต้องมีคู่มือปฏิบัติการ มีการซักซ้อม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ จะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และความปลอดภัยสาธารณะ
- ดังนั้น หากเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด ก็สามารถตรวจสอบ สอบถาม ซักถาม เมื่อได้รับคู่มือปฏิบัติการ หรือเมื่อซักซ้อมการทำงานร่วมกันได้
- นอกจากนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ เมื่อมีความเสี่ยง และไม่แน่ใจว่าตนเองเข้าใจคลาดเคลื่อน เข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจ อย่างในข่าวที่รายงาน ก็ต้องติดต่อสอบถามผู้ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งก็คือ ปภ. ทันที ไม่ใช่มัวแต่สงสัยว่า ใครมีหรือไม่มีสิทธิ์ขาดในการส่งข้อความเตือนภัย
ถ้ากทม.ส่งเองได้ก็ต้องส่งเอง
ไม่ใช่นั่งงงนิ่งๆว่าจะผ่านเกณฑ์พิจารณาของปภ.หรือไม่อย่างที่พยายามชี้แจง
ถ้ากทม.ส่งเองไม่ได้ก็ต้องแจ้งให้ปภ.ส่ง
- วันศุกร์ที่ 25 กันยายน ผู้ว่ากทม.ตอบคำถามเรื่องนํ้าท่วมว่า มั่นใจว่ากทม.จะไม่มีนํ้าท่วมหนัก
ปัญหาเริ่มจากตรงนี้ จากการละเว้นไม่ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง จนให้ข่าวว่า จะไม่มีนํ้าท่วมหนัก จึงไม่มีการเตือนภัย
ภาพที่สองคือรายงานข่าวที่ว่า หรือสามารถเปิดรายงานข่าวดูได้จากลิ้งค์นี้
https://youtu.be/LUuMNfGeIkE?si=TGQ4gMMHEggRUZUh
ภาพที่สามคือ เพจของกรุงเทพมหานครที่ยํ้าเองว่า ระดับนํ้าในคลองหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นหลักฐานว่า ในวันนั้นผู้ว่าและทีมงานไม่ใช้ข้อเท็จจริงนี้ประเมินความเสี่ยง และไม่ประกาศเตือนภัย เปิดอ่านได้จากลิ้งค์นี้
https://www.facebook.com/share/p/1KKeSYmbVd/
- ที่บอกว่า บกพร่องกรณีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น. (เสาร์ที่ 26 กันยายน) คือหลังจากนํ้าท่วมฉับพลันที่เริ่มขึ้นตอนประมาณ 22.00 นของคืนวันศุกร์ที่ 25 กันยายน นั้น
ณ.เวลาเช้าวันเสาร์ที่ 26 กันยายนที่อ้างถึง ผู้บริหารกทม.รู้แล้วว่ามีนํ้าท่วมหนัก ไม่ต้องประเมินความเสี่ยงอะไรแล้ว ดังนั้นทำได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่ากัน
ก. ส่งข้อความเตือนภัยให้กับประชาชน ซึ่งกทม.บอกเองว่าส่งข้อความดังกล่าวเองไม่ได้ ดังนั้นก็จะต้อง
ข. แจ้งข้อมูลให้กับปภ.เพื่อส่งข้อความเตือนภัยให้กับประชาชน ซึ่งไม่ได้ทำ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามแต่พยายามแก้ตัวว่า เข้าใจคลาดเคลื่อน
ผู้ว่ากทม.และคุณผู้หญิงคนในข่าวนี้โชคดีมากมากที่ผมไม่ได้รับความเสียหายใดๆจากนํ้าท่วมครั้งนี้ ทั้งที่พักอยู่ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ไม่เช่นนั้นผมจะเอาสิ่งที่เขาแถลงตามรายงานข่าว และข้อเท็จจริงที่กล่าวมาไปฟ้องให้ปปช.ดำเนินตามมาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหาย และฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าชดเชย อย่างแน่นอน
ส่วนใครที่เสียหายหรือสูญเสียจากนํ้าท่วมฉับพลันครั้งนี้ต้องการดำเนินคดีกับคนพวกนี้ ผมคงไม่สามารถห้ามได้ครับ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

