อย่าชะล่าใจ! หมอเจด เตือน 5 ปัจจัยซุ่มเงียบ เสี่ยงสโตรกไม่รู้ตัว

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ระบุว่า ความดันปกติ ก็เสี่ยง Stroke ได้! ถ้ามี 5 ปัจจัยนี้
หลายคนวัดความดันได้ 120/80 แล้วสบายใจเลยครับ “โอเค อย่างน้อย Stroke คงยังไกลตัว” ความดันปกติถือว่าเป็นเรื่องดีมาก เพราะความดันสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของ Stroke จริงครับ
แต่ผมอยากเตือนว่า Stroke ไม่ได้มีประตูเข้าแค่ทางความดันสูงทางเดียว
บางคนความดันไม่ได้สูง แต่มีน้ำตาลสูง ไขมันสะสมในหลอดเลือด สูบบุหรี่ หรือมีหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่เงียบ ๆ ความเสี่ยงก็ยังเพิ่มได้เหมือนกันครับ
ถ้าความดันยังดี แต่อยากรู้ว่ามีอะไรอีกที่ต้องเช็ก ลองดู 5 ข้อนี้ครับ
1.น้ำตาลสูงหรือเป็นเบาหวาน — หลอดเลือดสมองก็โดนเหมือนตาและไต หลายคนกลัวเบาหวานเพราะกลัวไตเสื่อม กลัวแผลที่เท้า กลัวเบาหวานขึ้นตา แต่จริง ๆ หลอดเลือดสมองก็ได้รับผลจากน้ำตาลสูงเรื้อรังเหมือนกันครับ เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงของ Stroke ได้ด้วยตัวมันเอง และมักเดินมาพร้อมกับพุง ไขมันสูง และปัญหาหลอดเลือดอย่างอื่นอีก ผมเลยไม่อยากให้ดูแค่ Fasting ตอนเช้าอย่างเดียว บางคนเช้า 95 แต่ HbA1c 6.2% หรือเช้าดูดี แต่หลังข้าวขึ้นไป 170–180 เป็นประจำ แบบนี้ความดันอาจสวย แต่หลอดเลือดไม่ได้แปลว่าสบายครับ ถ้ามีพุง น้ำหนักเกิน ประวัติครอบครัวเบาหวาน หรือ HbA1c เริ่มก้ำกึ่ง เรื่องน้ำตาลต้องจัดการควบคู่ไปกับความดันเลยครับ
2.LDL และไขมันในหลอดเลือดสูง — ความดันไม่สูง คราบไขมันก็สะสมได้ อันนี้เหมือนถนนครับ ความดันคือแรงที่กระแทกผนังถนน แต่ คราบไขมันคือของที่ค่อย ๆ กองจนช่องทางแคบลง ถ้า LDL และจำนวนอนุภาคไขมันที่ก่อหลอดเลือดแข็งสูงต่อเนื่อง คราบไขมันสามารถสะสมตามผนังหลอดเลือด รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ วันหนึ่งถ้าคราบแตกแล้วเกิดลิ่มเลือดอุดตรงนั้น ก็เกิด ischemic stroke หรือสมองขาดเลือด ได้ครับ ภาวะหลอดเลือดแข็งมีปัจจัยเสี่ยงร่วมทั้งไขมันสูง เบาหวาน บุหรี่ อายุ และประวัติครอบครัว เพราะฉะนั้น ความดัน 118/75 แต่ LDL สูงมาหลายปี อย่าเอาเลขความดันดีไปลบเลขไขมันทิ้งนะครับ คนละช่องกัน วัย 40+ ผมอยากให้รู้ทั้ง Total cholesterol, LDL, HDL และ Triglyceride และถ้ามีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือ Stroke ตั้งแต่อายุน้อย อาจมีเหตุให้ดูปัจจัยเพิ่มเติมตามความเหมาะสมครับ
3.หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ AF — ลิ่มเลือดอาจเริ่มจากหัวใจ ไม่ใช่หลอดเลือดสมอง ข้อนี้สำคัญมากครับ Atrial Fibrillation หรือ AF คือภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นไม่เป็นจังหวะปกติ พอเลือดในหัวใจบางส่วนไหลวนและค้าง ก็มีโอกาสเกิดลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจ วิ่งขึ้นไปอุดหลอดเลือดสมอง Stroke ก็เกิดได้ แม้ความดันวันนั้นจะไม่ได้สูงเลยครับ AF เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ ischemic stroke และเป็นหนึ่งในภาวะที่การป้องกันลิ่มเลือดตามระดับความเสี่ยงช่วยลด Stroke ได้ ที่น่ากลัวคือบางคนแทบไม่มีอาการ บางคนแค่รู้สึก ใจสั่นเป็นพัก ๆ ชีพจรเหมือนเต้นขาด ๆ เกิน ๆ เหนื่อยง่ายกว่าเดิม มึน ๆ หรือไม่มีอะไรเลย ถ้ารู้สึกว่าชีพจรไม่สม่ำเสมอบ่อย ๆ โดยเฉพาะวัย 50–60+ ผมอยากให้ตรวจจริงครับ ไม่ใช่คลำชีพจรแล้วพูดว่า “วันนี้ดูปกติ งั้นไม่มี AF” เพราะบางคนเป็นแบบมา ๆ หาย ๆ ได้
4.สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่บ่อย — ความดันไม่สูงก็ยังทำร้ายหลอดเลือด บุหรี่ไม่ได้เล่นงานแค่ปอดครับ สารจากควันบุหรี่ทำร้ายผนังหลอดเลือด ช่วยเร่งการเกิดคราบไขมัน และทำให้สภาพของเลือดเอื้อต่อการเกิดลิ่มเลือดมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เพิ่มความเสี่ยง Stroke ได้ครับ ดังนั้นถ้ามีคนบอกว่า “ผมสูบบุหรี่มา 20 ปี แต่ความดัน 120 ตลอดนะ” ผมจะตอบว่า ดีที่ความดันยังดีครับ แต่บุหรี่ยังคิดบัญชีอีกเล่มหนึ่งอยู่ และคนที่ไม่ได้สูบเองก็อย่าชะล่าใจถ้าต้องสูดควันบุหรี่เป็นประจำ เพราะ secondhand smoke ก็สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและ Stroke ที่สูงขึ้นเช่นกัน ถ้าลดได้ เลิกได้ นี่เป็นหนึ่งในการลดความเสี่ยงหลอดเลือดที่คุ้มที่สุดเลยครับ
5.ไม่ค่อยขยับ มีพุง หรือนอนมีภาวะหยุดหายใจ — ความเสี่ยงอาจค่อย ๆ สะสมโดยไม่เห็นในเครื่องวัดความดัน บางคนวัดความดันดีครับ แต่ทั้งวัน นั่งทำงาน 9 ชั่วโมง เดินวันละ 2,000 ก้าว พุงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาลเริ่มก้ำกึ่งTriglyceride สูง กลางคืนกรนหนัก ภาพแบบนี้ไม่ได้ปลอดภัยเพราะความดันยังไม่แดงครับ การไม่ค่อยเคลื่อนไหวและโรคอ้วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงทั้งเบาหวาน ไขมันผิดปกติ โรคหัวใจ และ Stroke ส่วน Obstructive Sleep Apnea ก็มีความสัมพันธ์กับปัญหาหัวใจและ AF ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยง Stroke ตามมาได้ครับ ถ้ามีอาการ กรนดังมาก มีคนเห็นว่าหยุดหายใจตอนนอน ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดหัวตอนเช้า กลางวันง่วงจนเผลอหลับง่าย อันนี้อย่าคิดว่า “ก็แก่แล้วเลยนอนไม่ดี” ควรประเมินเรื่อง Sleep Apnea ด้วยครับ ถ้าความดันปกติ แล้วอยากลดความเสี่ยง Stroke ต้องดูอะไรเพิ่ม? ผมอยากให้จำง่าย ๆ ว่า อย่ามอง Stroke ผ่านเครื่องวัดความดันอย่างเดียว
ลองเช็กเพิ่มว่า
• HbA1c และน้ำตาล เป็นอย่างไร
• LDL, HDL, Triglyceride อยู่ตรงไหน
• ชีพจร เต้นสม่ำเสมอหรือมี AF หรือไม่
• สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นประจำไหม
• รอบเอว น้ำหนัก และการเคลื่อนไหวแต่ละวันเป็นอย่างไร
• ถ้ากรนหนักและง่วงกลางวัน ต้องนึกถึง Sleep Apnea
• ถ้าเคยมี TIA หรือ Stroke มาก่อน ต้องดูแผนป้องกันซ้ำให้จริงจังกว่าคนทั่วไปครับ
และสิ่งพื้นฐานยังใช้ได้เหมือนเดิมครับ ขยับร่างกายให้สม่ำเสมอ เดินและเสริมกล้ามเนื้อ คุมน้ำตาล ลดบุหรี่จนเลิก เลือกอาหารที่ช่วยคุมไขมัน นอนให้พอ และใช้ยาตามแผนถ้ามีโรคประจำตัวไม่ต้องรอให้ความดันขึ้นก่อนแล้วค่อยเริ่มครับแล้วอาการ Stroke แบบไหนต้องจำให้ขึ้นใจ?ไม่ว่าจะความดันปกติหรือไม่ ถ้าอยู่ดี ๆ มีหน้าเบี้ยวแขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียวพูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือฟังไม่เข้าใจมองเห็นผิดปกติฉับพลันเดินเซหรือเสียการทรงตัวทันที
หรือ ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติแบบเฉียบพลันให้คิดถึง Stroke และรีบไปโรงพยาบาลครับ เพราะ Stroke เป็นภาวะฉุกเฉิน สมองที่ขาดเลือดเสียหายได้ภายในเวลาไม่นาน อย่ารอดูว่า“เดี๋ยวแขนคงหายชา” ต่อให้อาการหายเอง ก็อาจเป็น TIA หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญได้ครับ จริง ๆ ความดันปกติเป็นเรื่องดีครับ และควรรักษาไว้ แต่ ความดันดีไม่ได้เป็นใบรับรองว่าไม่มีทางเกิด Stroke เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เดินเข้าหาสมองได้ ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ไขมันและคราบในหลอดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ AF บุหรี่ และการนั่งเยอะ พุง รวมถึงปัญหาการนอนบางอย่าง
ดังนั้นถ้าวัดได้ 120/80 วันนี้ ยิ้มได้ครับแต่ก่อนปิดสมุดสุขภาพ ลองถามตัวเองอีกนิดว่าน้ำตาลดีไหม?ไขมันดีไหม?หัวใจเต้นปกติไหม?ยังสูบบุหรี่อยู่หรือเปล่า?แล้วร่างกายได้ขยับจริง ๆ แค่ไหน?เพราะการป้องกัน Stroke ที่ดี ไม่ใช่ทำให้เลขตัวเดียวสวยครับ แต่คือดู ทั้งหลอดเลือด หัวใจ และพฤติกรรมที่สะสมมาทุกวันใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

