บุคคลแนวหน้า : 3 ตุลาคม 2569 (มือปราบ)

nn ถืออยู่ในมือท่านฉบับนี้คือ หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา
..nn เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ ที่เมืองทองธานี
..nn การประชุมหนนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (พ.ศ.2571-2575) พร้อมเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและภาคีการพัฒนาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ5 ปีข้างหน้า
..nn ซึ่ง นายกฯอนุทิน ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” โดยเน้นย้ำว่า แผน 14 ต้องปลดล็อกข้อจำกัดของประเทศไทย ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนการพัฒนาให้เป็นรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมสูงวัย และสภาพภูมิอากาศ โดยเหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ สะท้อนว่าการพัฒนาประเทศ คือ ความสามารถของประเทศ ในการทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงทั้งในวันที่สถานการณ์เป็นปกติ และในวันที่เกิดวิกฤต
..nn สำหรับร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กำหนดเสาหลักการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ 1) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2) การปฏิรูปภาครัฐ 3) การพัฒนาทุนมนุษย์ 4) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 5) การลงทุนถ่ายทอด และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป
..nn ขณะที่ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาสภาพัฒน์ เผยว่า แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ดันเศรษฐกิจไทยโต 3% ต่อเนื่อง เร่งเพิ่มผลิตภาพ-ยกระดับขีดแข่งขันสู่ Top20 โลกในปี 2572
..nn ส่วน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล รับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่
..nnก็คงขบคิดเรื่องการจะจัดทำแผนยุทธศาสตร์ภาคใต้ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2570 ซึ่งจะเขียนอย่างไรก็คงพึ่งพาสภาพัฒน์เป็นหลัก ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคงฯ
..nn ก็มีคำถามต่อว่า แล้วแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561–2580) ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นแผนพัฒนาประเทศระยะยาวฉบับแรกของประเทศไทยจะเอาไปไว้ที่ไหน แผนนี้ถ้าจำไม่ผิดเขียนขึ้นในรัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
..nn โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ประกันภัยน้ำท่วม พายุกระหน่ำ มีผลคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ไม่มีผลในการจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมก่อนหน้านี้ กรณีเหตุเกิดก่อนหน้า 1 ตุลาคม ต้องรับเงินเยียวยาตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเดิม คือ 9,000 บาท
..nn แต่ถ้าน้ำมาระลอกใหม่ ก็จะเข้าโปรแกรมภัยพิบัติ บริษัทรับประกันภัยได้มีการจ่ายสินไหมแน่นอน เพราะจังหวัดหลังเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา มีโอกาสน้ำท่วมใหญ่ เพราะเขื่อนยักษ์เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำเต็มสูบ
..nn น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่ขาดแคลน ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต้องไปไตร่ตรอง กรณีน้ำท่วมแฟลตคลองจั่น ย่านบางกะปิ น้ำแห้งลงได้เพราะท่อซิ่งพญานาค เครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ ฝีมือคนไทยที่มาจากต่างจังหวัด แผลงฤทธิ์สูบน้ำทิ้งทั้งวันทั้งคืน แต่ที่เป็นของกทม.เองกลับไม่มีสักเครื่อง
..nn ระบบครัวเคลื่อนที่ความพร้อมในด้านข้าวปลาอาหารบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยยังล้าหลังมีแต่ผู้ว่าฯชัชชาติ ที่เก่งอยู่คนเดียว
..nnน่าคิด พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีสส.ในกรุงเทพฯ แต่พอน้ำท่วมหนนี้ประชาธิปัตย์จัดเต็ม จัดหนัก เป็นพรรคแรกที่ลงพื้นที่ช่วยประชาชน ส่วนพรรคอื่นๆ ค่อยๆ โผล่มาตอนหลัง ครับก็เดือดร้อนกันทั้งนั้น มาช้าดีกว่าไม่มา..สวัสดีครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

