เมฆินทร์ลุยน้ำท่วมองครักษ์ ขนเสบียงส่งตรงถึงมือผู้ประสบภัย

"เมฆินทร์" ลุยน้ำท่วมองครักษ์ หลังเส้นทางถูกตัดขาดหลายจุด ขนเสบียงอาหาร-น้ำ-ถุงยังชีพ ส่งถึงประชาชน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนนั่งเรือมารับของ หลายบ้านออกมาไม่ได้ ย้ำความช่วยเหลือต้องถึงประชาชน บ้านไหนออกไม่ได้ จะเข้าไปหาเอง พร้อมเฝ้าระวังน้ำเพิ่ม ไปจนถึงฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่เกษตร หลังน้ำลด
นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางสาวมรกต อิสระเสนารักษ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และทีมงานอดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตพื้นที่ภาคกลาง ลงพื้นที่น้ำท่วมอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หลังหลายจุดได้รับผลกระทบจากฝนสะสมและน้ำล้นตลิ่ง เพื่อนำอาหารปรุงสุก น้ำดื่ม และถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
บรรยากาศการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนบางส่วนต้องนั่งเรือออกจากบ้านมารับอาหารและสิ่งของจำเป็น บางรายเดินทางมาอย่างทุลักทุเล ขณะที่หลายคนดีใจและขอบคุณที่มีความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ หลังยังไม่ได้รับความช่วยเหลือมาก่อน ขณะเดียวกันบางครัวเรือนไม่สามารถออกจากบ้านได้ ต้องรอความช่วยเหลืออยู่ภายใน เนื่องจากระดับน้ำสูงและเส้นทางไม่เอื้ออำนวย
นายเมฆินทร์ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิดในช่วงเกิดภัยพิบัติ โดยจากการลงพื้นที่องครักษ์พบสถานการณ์น่ากังวล ระดับน้ำเพิ่มสูงและท่วมเป็นวงกว้าง หลายเส้นทางถูกตัดขาด ทำให้เข้าถึงพื้นที่ลุ่มต่ำได้ยาก จึงต้องใช้เรือขนาดใหญ่ลำเลียงอาหารและสิ่งของเข้าไปถึงบ้านเรือนที่ถูกน้ำล้อม
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครนายก ภาพรวมยังน่าห่วง เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาใหญ่และการระบายน้ำผ่านแม่น้ำสายหลัก ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในหลายตำบลขององครักษ์และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ บ้านเรือนและพื้นที่เกษตรถูกน้ำท่วม หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ชั้นสองและไม่สามารถออกมาจัดหาสิ่งของจำเป็นได้ตามปกติ
“วันนี้มีทั้งประชาชนที่นั่งเรือออกมารับอาหารและสิ่งของจำเป็น แต่ก็มีอีกหลายบ้านที่ออกมาไม่ได้ เพราะระดับน้ำสูงและเส้นทางถูกตัดขาด บ้านไหนที่ออกมาไม่ได้ เราจะเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง จะใช้เรือหรือวิธีไหนก็ตาม ขอให้ความช่วยเหลือไปถึงมือประชาชนให้ได้ พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน และเราจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยครับ” นายเมฆินทร์ กล่าว
นอกจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า นายเมฆินทร์ ยังให้ความสำคัญกับการรับมือระยะต่อไป โดยเฝ้าระวังมวลน้ำที่อาจไหลเข้าพื้นที่เพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากประชาชนยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทาง การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ
ขณะเดียวกัน ต้องเร่งเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด เพราะผลกระทบไม่ได้สิ้นสุดเมื่อระดับน้ำกลับสู่ปกติ บ้านเรือน พื้นที่เกษตร ถนน และสาธารณูปโภคอาจได้รับความเสียหาย จึงต้องมีการช่วยเหลือต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
นายเมฆินทร์ กล่าวว่า การรับมือน้ำท่วมต้องมองครบ 3 ระยะ ได้แก่ การช่วยเหลือประชาชนระหว่างเกิดภัย การเตรียมรับสถานการณ์หากมีน้ำเพิ่ม และการฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังในแต่ละช่วงของสถานการณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





