แฉประวัติสุดโต่งผู้ช่วยนักบินฟลายดูไบ ก่อนก่อเหตุ 9 ชม. โพสต์ภาพผู้นำก่อการร้าย เคยถูกปลดจากสายการบินดัง

3 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุระทึกกลางอากาศบนเที่ยวบินของสายการบินฟลายดูไบ ( Flydubai) เที่ยวบิน FZ1073 จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้ากรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล หลังผู้ช่วยนักบินก่อเหตุแทงกัปตัน ก่อนเกิดความพยายามควบคุมเครื่องบินจนเครื่องดิ่งลงเกือบ 14,000 ฟุตภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อิสราเอล
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้ก่อเหตุได้รับการยืนยันตัวตนแล้วทราบชื่อ 'ฮามาม อัล-ฮัมมามี' ชาวโอมาน เกิดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บิดาเป็นชาวโอมาน และ มารดาเป็นชาวซีเรีย ข้อมูลจากโปรไฟล์ LinkedIn พบว่าเคยทำงานกับ Oman Air นานถึง 7 ปี ก่อนจะย้ายไปร่วมงานกับ Royal Air Maroc และเพิ่งเข้าทำงานกับ Flydubai ได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น
แหล่งข่าวนักการทูตในพื้นที่ระบุว่า ในช่วงที่เขาทำงานกับ Oman Air เขาเคยถูกถอดออกจากโปรแกรมฝึกบินเนื่องจากความกังวลเรื่องแนวคิดหัวรุนแรง ก่อนจะถูกย้ายไปรับตำแหน่งอื่นแทน ซึ่งเหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดคำถามใหญ่ตามมาถึงมาตรฐานการตรวจสอบประวัติพนักงาน ของสายการบินระดับสากลตามมา
9 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุความวุ่นวายบนเที่ยวบิน บัญชีโซเชียลมีเดีย LinkedIn และ Instagram ในชื่อของ 'ฮามาม อัล-ฮัมมามี' ได้มีการเคลื่อนไหวโพสต์คลิปวิดีโอและภาพปริศนาติดต่อกัน 2 โพสต์ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการโพสต์โดยตัวเขาเองหรือมีการตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า
ภาพแรกคือวิดีโอห้องนักบิน Boeing 737 Max 8 ปรากฏคลิปซูมกล้องไปยังเครื่องบินของสายการบิน El Al และ Arkia ของอิสราเอล โดยตอนท้ายของคลิปมีการตัดต่อใส่รูปของ อายมาน อัล-ซาวาฮิรี อดีตผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ และรูปของ ฮูมาม คาลิล อาบู-มูลาล อัล-บาลารี มือระเบิดพลีชีพที่สังหารเจ้าหน้าที่ CIA ไป 7 นายเมื่อปี 2009 นอกจากนี้ยังมีภาพเอไอเชื่อมโยงศาสนสถานสำคัญ 3 แห่งในมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ และเยรูซาเล็ม พร้อมบทกวีเร้าอารมณ์เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี และ การไม่หวาดกลัวต่อความตาย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีเอ็กซ์เก่าของเขาซึ่งมีโพสต์กว่า 3,000 ข้อความในช่วงปี 2021–2022 ผ่านระบบ AI Semantic Search พบว่า 'อัล-ฮัมมามี' มีแนวคิดทางศาสนาที่สุดโต่งและมีพฤติกรรมเกลียดชังเพศหญิงอย่างชัดเจน เขาเคยโพสต์ตัดพ้อถึงความยากลำบากในการหาผู้หญิงมาแต่งงาน เนื่องจากเขามีเงื่อนไขว่าผู้หญิงต้องสวมนิกอบ และต้องเลิกทำงานหลังแต่งงาน ซึ่งผู้หญิงทุกคนต่างปฏิเสธ จนกระทั่งแม่ของเขาต้องบอกฝ่ายหญิงว่าลูกชายฉันเป็นนักบิน พวกเธอถึงยอมตกลง
อีกทั้งตัวเขายังโพสต์โจมตีสถานที่ทำงานที่มีการปะปนระหว่างชายหญิง โดยอ้างว่าเป็นสถานที่ที่ล้างสมองและทำลายความบริสุทธิ์ของผู้หญิง
ซึ่งเหตุการณ์นี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญด้านความมั่นคง เนื่องจากโอมานเป็นประเทศที่ไม่รับรองรัฐอิสราเอล แต่เหตุใดนักบินสัญชาติโอมานจึงได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่กรุงเทลอาวีฟได้ โดยหน่วยงานความมั่นคงอิสราเอลทั้ง Shin Bet, Mossad, กองทัพ และกระทรวงคมนาคม ได้ผนึกกำลังสอบสวนเส้นทางสายสายงานและการผ่านด่านความมั่นคงของนักบินรายนี้
อัยการสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการว่าเหตุโจมตีบนเครื่องบินเข้าข่ายการก่อการร้าย ที่มีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่
ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “เหตุการณ์ด้านความมั่นคงร้ายแรง” พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียจะสอบปากคำผู้ช่วยนักบิน ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย
เรียบเรียงจาก : CNN
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

