ข้อสอบการเมืองรอบใหม่

เข้าสู่เดือนตุลาคมแล้ว ผมอยากชวนกลับมา “ตรวจข้อสอบการเมือง” ที่ผมวางคำตอบเอาไว้ก่อนเหตุการณ์เกิด ผมพูดมาตลอดว่า การวิเคราะห์การเมืองจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเรากล้าพูด ก่อนรู้ผล แล้วให้เหตุการณ์จริงเป็นคนตรวจคำตอบ
ที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่ผลออกมาตรงกับทิศทางที่ผมวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า ผมเคยวิเคราะห์ว่า ก้าวไกลถูกยุบ 9 ต่อ 0 ก่อนผลคำวินิจฉัยออก
ผมเคยประเมินว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และคะแนนทะลุ 1.5 ล้านเสียง วันที่ 8 กันยายน ผมเปิดข้อสอบว่า งบประมาณวาระ 3 จะผ่านเกิน 285 เสียง ผลจริงออกมา 338 เสียง
เรื่องคดีที่เรียกกันว่า “ฮั้ว สว.” ผมประเมินว่า หากมีการส่งเรื่อง สว. ก็ไม่น่าเกิน 50 คน ต่อมาปรากฏตัวเลข 26 คน
สนามนายก อบจ.นนทบุรี ผมวิเคราะห์ก่อนรู้ผลว่า นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวงจะชนะ และผลก็ออกมาตามนั้น
สนามนายก อบจ.ขอนแก่น ผมประกาศก่อนเปิดผลว่า หมายเลข 2 จะชนะ และผลก็เป็นไปตามที่วิเคราะห์
รวมถึงกรณีปัญหา QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ผมก็วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าว่า ประเด็น QR Code ดังกล่าว จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และเมื่อคำวินิจฉัยออกมาผลในสาระสำคัญก็เป็นไปในทิศทางที่ผมวิเคราะห์ไว้ คือไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะ ผมจึงย้ำเสมอว่า ผมไม่ได้มาพูดหลังเห็นคำตอบ
ผมพูดก่อน แล้วรอให้ผลจริงเป็นคนตรวจข้อสอบ
และอีกข้อสำคัญ ผมพูดชัดตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน ว่า
“เดือนกันยายน 2569 จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151”
วันนี้เดือนกันยายนผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เกิดขึ้น ดังนั้นวันนี้ ผมขอเปิดข้อสอบการเมืองชุดใหม่อีกครั้ง
ข้อที่หนึ่ง มาตรา 152 จะมาก่อนมาตรา 151
ผมประเมินว่า ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 จะเห็นความเคลื่อนไหวของการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152
ข้อที่สอง มาตรา 151 จะตามมาในเดือนพฤศจิกายน
ผมประเมินว่า เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน แคปโพสต์นี้เก็บไว้ได้เลยครับ
ปลายเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน เรากลับมาตรวจข้อสอบกันอีกครั้ง แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ
“อนุทินจะผ่านเกมนี้หรือไม่?”
ถ้ามองเฉพาะคณิตศาสตร์ในสภารัฐบาลมีฐานเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เห็นได้จากการลงมติงบประมาณวาระ 3 ที่ได้ถึง 338 เสียง แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยบอกเราหลายครั้งว่า
“เสียงมากในสภา ไม่ได้เป็นหลักประกันว่ารัฐบาลจะเดินไปถึงปลายทาง”

ย้อนกลับไป รัฐบาลชวน 1 ปี 2535-2538 เมื่อเกิดวิกฤต ส.ป.ก.4-01 ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลรุนแรงขึ้น ก่อนนายชวน หลีกภัย ตัดสินใจยุบสภาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 ก่อนการลงมติไม่ไว้วางใจ
รัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ก็เผชิญแรงกดดันหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจและความขัดแย้งภายในรัฐบาล ก่อนนำไปสู่การยุบสภาในปี 2539 หรือ รัฐบาลทักษิณ 2 หลังการเลือกตั้งปี 2548 พรรคไทยรักไทยมีถึง 377 ที่นั่ง สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้อยู่ครบวาระ เหตุการณ์การเมืองพัฒนาไปสู่การยุบสภาในปี 2549 และต่อมามีรัฐประหาร แต่ละรัฐบาลจบลงด้วยเหตุและกลไกแตกต่างกัน จึงเอามาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ สิ่งที่ประวัติศาสตร์เตือนเหมือนกันคือ
“จำนวนมือในสภา” กับ “ความเชื่อมั่นทางการเมือง” เป็นคนละเรื่องกัน
วันนี้นี่ต่างหากคือโจทย์ของคุณอนุทิน
นิด้าโพลไตรมาส 3/2569 ซึ่งสำรวจวันที่ 18-23 กันยายน จากประชาชนทั่วประเทศ 2,500 ตัวอย่าง พบคะแนนสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ 13.76% เมื่อดูย้อนหลัง ไตรมาส 1 = 29.40% ไตรมาส 2 = 21.68% ไตรมาส 3 = 13.76%
ขณะที่คะแนนพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ 12.08% และที่ต้องจับตาคือ โพลชุดนี้เก็บข้อมูลก่อนสถานการณ์น้ำท่วมหนักช่วงปลายเดือนกันยายน ผมจึงขอเปิดข้อสอบอีกข้อว่า
ถ้ามีการสำรวจหลังวิกฤตน้ำท่วม คะแนนของคุณอนุทินมีความเสี่ยงที่จะลดลงอีก หากรัฐบาลยังไม่ปรับการสื่อสารและยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นผลการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ผมได้รับเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่และฝ่ายการเมืองว่า สส.หลายคนเริ่มกังวล เพราะเวลาลงพื้นที่ คนที่ต้องรับแรงสะท้อนจากประชาชนโดยตรงคือ สส. เพราะฉะนั้นผมจึงย้ำอีกครั้งว่า
“โฆษกรัฐบาลต้องทำงานหนักกว่านี้”
นายกรัฐมนตรีไม่ควรต้องเป็นคนตอบทุกเรื่องด้วยตัวเอง รัฐบาลต้องมีคนอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าเตือนภัยอย่างไร แก้น้ำอย่างไร เยียวยาอย่างไร และรัฐบาลกำลังทำอะไร ถ้าปล่อยให้นายกรัฐมนตรีต้อง “แบก ครม.” และรับทุกลูกทางการเมืองคนเดียว ต่อให้มีเสียงในสภามาก ต้นทุนทางการเมืองก็เพิ่มขึ้นได้ทุกวัน
ผมยังไม่ได้บอกว่านายอนุทินจะผ่านหรือไม่ผ่านการอภิปราย เพราะผลขึ้นอยู่กับการลงมติจริงของสมาชิกสภา แต่หลังลงมติ จะมีการปรับครม.แน่นอน
ผมฟันธง ถ้านายกฯอนุทิน รอดก็ต้องปรับ ครม.เร่งฟื้นคะแนนการเมือง แต่สิ่งที่ผมกำลังจับตาคือ รัฐบาลอาจมีเสียงเพียงพอในสภา แต่โจทย์อีกสนามหนึ่งคือความเชื่อมั่นของประชาชน บันทึกไว้วันนี้ครับ
ปลายตุลาคม ผมทำนายว่า ม.152 มา พฤศจิกายน ผมทำนายว่า ม.151 มาโพลรอบต่อไป จับตาคะแนนหลังวิกฤตน้ำท่วม เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ผมพูดก่อนผลออก บันทึกไว้ก่อน แล้วให้เหตุการณ์จริงเป็นคนตรวจคำตอบ
ทั้งหมดมาจากเฟซบุ๊กของ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เจ้าของฉายา “ผู้มาก่อนกาล”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

