คอลัมน์ : Change with คิด&ทำ

มองตัวเอง ย้อนอดีต 77 ปี มาถึงวันนี้ ได้อย่างไร โดย ชัยวัฒน์ สุรวิชัย 1
คำนำ:ณ ชุมชนคลองเตย ในการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครพรรคพลังธรรม ครั้งหนึ่ง
@ ผม: อาจจะประสบความสำเร็จในชีวิตมาอย่างพอเพียงในระดับหนึ่ง
แต่ เมื่อมองเจาะลึกลงไปยัง“คนหนุ่มสาวชาวคลองเตย” ที่ยืนเด่นสง่าอยู่ในวันนี้
ผมได้ข้อคิดประสบการณ์ที่มีคุณค่าของชีวิต ประการหนึ่ง
ผมประสบความสำเร็จ เพราะ มีหลัก ครอบครัว วัฒนธรรม ที่ยกและพัฒนาผมขึ้นมา
แต่หนุ่มสาวที่อยู่ต่อหน้าผมเขาเธอสู้ชีวิตท่ามกลางความยากจนที่สะสมมายาวนาน
แต่เธอเขา สามารถผ่านสังคมที่ยากแค้นแสนเข็ญมาได้ เพราะพลังจิตใจของการต่อสู้ฯ
ขอยกย่อง ชื่นชม เขาเธอฯ ด้วยความรัก ความเคารพฯ
ผมจำเรื่องราวนี้ได้อย่างดีแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี
ใช่ครับ ผมจะพูดถึง ผมมีวันนี้ หัวใจสำคัญคือ ครอบครัว วัฒนธรรมของตระกูลฯ
• 1. วัฒนธรรมที่สืบต่อเนื่องกันมาจากบรรพบุรุษของตระกูลสุรวิชัยและเฮวอินปี
1.1 ขอเริ่มจากฝ่ายพ่อ : นายบุญช่วย สุรวิชัย
เป็นลูกคนที่ 4 ของ คุณพ่อกิมสูน แซ่เอี๊ย และคุณแม่ปุย ขุนวิชัยวานิช
ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 40 หน้า 3563 และ ลงวันที่ 13 มกราคม 2466
ทำให้รู้ว่า “นายกิมสูน สุรวิชัย” ได้รับบรรดาศักดิ์ เป็น “ขุนวิชัยวานิช”
สังกัดกระทรวงมหาดไทย ถือศักดินา 400 และมีตำแหน่ง “กรมการพิเศษ:จังหวัดสุโขทัย”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ระบุว่า :
กรมการพิเศษ คือกรมการเมืองพวกหนึ่ง เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์
ทำหน้าที่ ให้คำปรึกษา
แก่ผู้ว่าราชการเมือง ในการบริหารราชการในเมืองนั้นๆ
แต่งตั้งจาก บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิหรือคหบดีในเมืองนั้นๆ และ
ถือว่า เป็นกรมการชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ
นายกิมสูน สุรวิชัย มาจากเมืองจีน หมู่บ้านตงหลินเถา เมืองเถ่งไฮ่ (เถ่งอิก)
ซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐจีน
แซ่ เอี๊ย (สำเนียงแต้จิ๋ว) แซ่หยาง (สำเนียง จีนกลาง)
คุณแม่ปุย ขุนวิชัยวานิช : เป็นลูกหลานที่สืบทอดมาจากเจ้าเมืองสุโขทัย
นามสกุล “ สุรวิชัย” : คุณพ่อบุญช่วย เป็นคนไปยื่นขอเปลี่ยนกับทางการฯ
นายบุญช่วย สุรวิชัย เดินทางออกจากบ้านมาลำปาง กับ พี่ชาย นายประสาน สุรวิชัย
ความเป็นนักสู้ ทำให้นายบุญช่วยฯ เดินทางออกจากบ้านสุโขทัย
มาทำมาหากิน สู้ชีวิต ที่ นครลำปาง
ส่วนนายประสาน เดินทางต่อไปที่ เชียงใหม่ (ร้านชิตประสาน)
@ เริ่มแรก เป็นลูกมือ อยู่ที่ร้านเซ่งเฮงจั่น ย่านสบตุ๋ย
ต่อมา เมื่อประสบความสำเร็จ จึงมาตั้งร้านชัยประสาน (ง่วนฮั่วเส็ง)
อาคาร 3 ห้อง ที่ถนนทิพย์วรรณ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
จำหน่ายเครื่องอะไหล่รถยนต์ จี๊ป ฟอร์ด เชฟ โฟล์ค ปอร์ต แลนด์โรเวอร์ ฯลฯ
รถจักรยานทุกชนิด แบตเตอรี่รถยนต์ และน้ำกลั่นชัยประสาน และสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ
ที่ขึ้นชื่อ คือ ตลับลูกปืน SKF TIMKLE ฯลฯ
รวมทั้ง มีการน้ำมันเครื่องและ น้ำมันเบนซิน โดยมีปั้มตรา SHELL ตั้งอยู่หน้าร้านฯ
นายบุญช่วยฯ ทำงานหนัก เอาจริง สู้ชีวิต
มีความจำดีมาก อะไหล่รถต่างๆ ที่มีเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น จำได้หมดว่าอยู่ตรงไหน
การทำงานทุกอย่าง จะจดบันทึกไว้หมด ด้วยปากกา SHEAFEER น้ำหมึก GEHA
นายบุญช่วย ให้ความสำคัญต่อ การศึกษาของลูกๆ
“ป๋า ไม่มีอะไรจะให้นะ แต่เรื่องเรียน ใครอยากจะเรียนอะไร ป๋าจะหาเงินมาให้ ความรู้ เป็นสิ่งเดียว ที่จะติดตัวเราตลอดไป”
@ หัวใจที่ยิ่งใหญ่ของป๋า คือ การให้ : ให้ความช่วยเหลือต่อหลานๆ ลูกของป้าและอา
ป๋า จะให้เงินช่วยเหลือ ค่าเล่าเรียน การใช้จ่ายต่างๆ เป็นประจำฯ
ทำให้หลานๆ ของป๋า รักเคารพป๋ามากเป็นที่สุด
ป๋า เคยบวชเป็นพระภิกขุ ฉายา เตชุตฺตโม วัดบุญวาทย์วิหาร อ.เมือง ลำปาง
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ความรักชาติ และการเคารพรักต่อคนเก่งที่ทำเพื่อบ้านเมือง
“ ธันวาคม พ.ศ. 2484 ทหารญี่ปุ่นบุกไทย และได้เข้ามาทางภาคเหนือและลำปางด้วย
ที่ลำปาง มีการรวมตัวของ ข้าราชการทหารตำรวจพลเรือน นักธุรกิจฯ ในนาม “ปิยะมิตร”
มีนายทหารผู้บังคับการจังหวัดทหารบกลำปาง และ ผบ.กองพันปืนกล 1
ซึ่งต่อมา คนไทยทั้งประเทศรู้จักกันดี คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นหัวหน้า
@ นายบุญช่วยฯ ได้เข้าร่วมฯ และมีบทบาทในการสนับสนุนทางด้านการเงิน
การจัดเลี้ยงฯ ให้กับ “กลุ่มปิยะมิตร” จนเป็นที่ประทับใจแก่ พันตรีสฤษดิ์ ธนะรัชต์
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่จอมพลสฤษดิ์ เดินทางมาราชการลำปางฯ
จะให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปตามมาพบ
“ไอ้ช่วย อยู่ไหน ไปตามมาหาหน่อย”
ป๋า มักจะเล่าให้ผมฟัง ถึงเรื่องจอมพลสฤษดิ์ว่าฯ :
“ทุกครั้ง ที่ได้เข้าพบ จอมพลสฤษดิ์ มักจะถามว่า ๐ จะเอาไอ้โน้นไหม ไอ้นี้ไหม”
หมายถึงโควตาสินค้าของทางราชการ เพราะต้องการจะตอบแทนน้ำใจของป๋าฯ
แม้ นายบุญช่วยฯ จะได้รับความเมตตาจากจอมพลสฤษดิ์
แต่ไม่เคยหวังจะได้อำนาจเงินทองอะไร จึงไม่เคยรับอะไร
ป๋าจะเล่าถึง ความรักเคารพและความชื่นชม ในการเอาจริงเด็ดขาดในการบริหารประเทศ
ในปี ราว 2506 : ป๋า ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน และพาผมไปด้วย
ป๋า : มีวัตถุประสงค์ จะช่วยหลานชายลูกของป้าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดีฯ
และ ผมได้ทราบว่า “หลานชายของป๋า” พ้นจากคดีฯ
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

