หมอจิตเวช ยกงานวิจัยล่าสุด ชี้คนที่เสี่ยงวิกฤตทางจิตใจ อาจไม่ได้เกิดกับคนที่ดู'เศร้าที่สุด' เสมอไป

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" ในหัวข้อ "*งานวิจัยล่าสุด* คนที่เสี่ยงฆ่าตัวตายมากที่สุด อาจไม่ได้ดูเศร้าที่สุด"
โดบระบุว่า เวลาใครบอกว่า “ไม่ไหวแล้ว” สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเขาเศร้าแค่ไหน งานวิจัยล่าสุดพบว่าคนที่เสี่ยงฆ่าตัวตายสูงที่สุด อาจไม่ได้พูดว่า “ฉันเศร้ามากที่สุด”
เวลาเรานึกถึงคนที่เสี่ยงฆ่าตัวตาย เรามักนึกถึงคนที่เศร้ามาก ร้องไห้มาก หรือดูหมดหวังอย่างเห็นได้ชัด แต่การศึกษาล่าสุดจาก MIT ที่วิเคราะห์บทสนทนาประมาณ 16,000 ครั้งจาก Crisis Text Line พบว่า…ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและเร่งด่วนที่สุด ภาษาที่เด่นไม่ได้มีเพียงอาการเศร้าหรือความเหนื่อยล้า แต่กลับเป็นการพูดถึง วิธีหรืออุปกรณ์ทำร้ายตัวเอง ความคิดฆ่าตัวตายที่ชัดเจน การทำร้ายตัวเอง และการใช้สารเสพติด
ตรงนี้มีความหมายมากในทางการแพทย์ เพราะเวลาประเมินความเสี่ยง เราไม่ได้อยากรู้แค่ว่า “เขาเศร้าแค่ไหน?” แต่ต้องถามต่อว่า “ความคิดอยากตายนั้นเดินทางไปถึงไหนแล้ว?” จากความรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ ไปจนถึงการมีแผน มีวิธี หรือเริ่มเตรียมการแล้ว
มันคล้ายกับเวลาเราเห็นควันอยู่ในบ้านครับ ความเศร้าอาจบอกว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น แต่ถ้าจะรู้ว่าอันตรายเร่งด่วนแค่ไหน เราต้องดูต่อว่า ไฟติดขึ้นมาแล้วหรือยัง และกำลังลามไปถึงไหน
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าความเศร้าหรือโรคซึมเศร้าไม่สำคัญครับ เพียงแต่งานนี้ชี้ให้เห็นว่า ถ้าต้องการประเมิน ความเสี่ยงในช่วงเวลาวิกฤต การดูแค่ระดับความเศร้าอาจยังไม่พอ สำหรับหมอ สิ่งที่น่าจดจำที่สุดจากงานนี้อาจไม่ใช่เรื่อง AI แต่คือ บางครั้งคนที่อยู่ในอันตรายมากที่สุดอาจไม่ได้ดูเศร้าที่สุด เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเขา “เจ็บปวดแค่ไหน” แต่คือ ความเจ็บปวดนั้นกำลังพาเขาไปถึงไหนแล้วครับ
ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

