เมียอายุ 68 สุดทน! แจ้งจับผัววัย 37 ปี เสพยาบ้า ขอวิดีโอคอลหาก่อนเข้าคุก บอก'ถึงเจ๊จะเป็นยังไง ผมก็รักเจ๊นะ'

เมียรุ่นใหญ่วัย 68 แจ้งจับผัววัย 37 เพิ่งพ้นคุก 4 วัน โพสต์แฉเสพ-ขายยาบ้า ฝ่ายปกครองซุ่มบุกรวบ “โอเว่น” เจอฉี่ม่วง ผัวรุ่นลูกวิดีโอคอลถามเมีย “สมใจหรือยัง” เมียสวน “ทำตัวไม่ดีเอง” ขณะที่ผัวลั่นยังรักเหมือนเดิม เผยคบกับเมียรุ่นใหญ่มาเกือบ 20 ปี ไปทำงานเป็นคนเก็บเงินเงินกู้ให้เมีย จากลูกน้องกลายเป็นผัวรัก เมียจะเป็นยังไงก็ยังรักแม้จะแจ้งจับก็ตาม
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรื่องราวของเมียวัย 68 ปี ไม่ทนพฤติกรรมสามีวัย 37 ปี เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียง 4 วัน แต่กลับมาพักอาศัยในชุมชนหนองตุ มีพฤติกรรมเสพและขายยาบ้า จึงโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลฯ ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ ก่อนนายอำเภอเมืองอุดรธานีสั่งชุดฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ซุ่มติดตาม กระทั่งพบชายตามที่ได้รับแจ้งขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน จึงเข้าตรวจค้น ตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย แม้ค้นบ้านไม่พบยาเสพติด ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดี
เรื่องราวนี้เริ่มต้นหลังจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของชายฉายา “โอเว่น” โพสต์ข้อความขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชุมชนหนองตุเข้าตรวจสอบ โดยระบุว่าสามีเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 4-5 วัน แต่กลับมามีพฤติกรรมเสพและขายยาบ้าเป็นประจำ จนสร้างความหวาดกลัวและความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้โพสต์เพื่อประจาน แต่เป็นการแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบ
หลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่และแชร์ต่อเป็นวงกว้าง นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี ได้สั่งการให้นายชาติอาชาไนย ธนถาวรโชติ ปลัดอำเภอเมืองอุดรธานี ฝ่ายความมั่นคง นำกำลังชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ตามมาตรการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ถนนหน้าบ้านพัก ในพื้นที่ชุมชนหนองตุ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี

นายชาติอาชาไนย ปลัดอำเภอฯ เปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายอำเภอเมืองอุดรธานีได้รับข้อมูลจากสื่อโซเชียลท้องถิ่น หรือเพจข่าวเมืองอุดรฯ ว่า มีชายฉายา “โอเว่น” เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียง 4 วัน และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในชุมชนหนองตุ จึงสั่งการให้ชุดฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่เข้าเฝ้าซุ่มสังเกตการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. กระทั่งช่วงบ่ายพบชายที่มีรูปร่างและลักษณะตรงตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวก พบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 แต่ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมและส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และ ขับขี่รถจักรยานยนต์ในขณะที่มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย
นายชาติอาชาไนย กล่าวอีกว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมฝากถึงผู้เสพและผู้ค้าว่า ขอให้ยุติพฤติกรรม หากยังฝ่าฝืนก็จะถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย สำหรับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการมั่วสุม เสพ หรือค้ายาเสพติด รวมถึงกรณีผู้มีอาการคลุ้มคลั่ง สามารถแจ้งข้อมูลมายังฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

ต่อมานายโอเว่น ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์กับ “เจ๊การ์ตูน” ภรรยาวัย 68 ปี ที่แจ้งจับ ว่า ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยที่เจ๊ตูนประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนตนเข้าไปทำหน้าที่เป็นเด็กเก็บเงินกู้ ก่อนความสัมพันธ์จะพัฒนาจากลูกน้องจนเป็นสามี ปัจจุบันนายโอเว่นพักอาศัยอยู่อุดรฯ ส่วนเจ๊ตูนที่จังหวัดกำแพงเพชร ตอนทำงานใหม่ๆ เจ๊ตูนเป็นคนดูแลเรื่องความเป็นอยู่ สนับสนุนค่าใช้จ่าย เปิดรีสอร์ตให้พักอาศัย รวมทั้งให้เงินใช้จ่ายวันละประมาณ 300-350 บาท และออกค่าน้ำมันรถให้ในแต่ละวัน
เมื่อถามถึงปัญหาความรัก นายโอเว่นยอมรับว่า หากช่วงใดติดต่อกันไม่ได้หรือมีปากเสียงกัน เจ๊ตูนมักมีอาการหึงหวง และโพสต์ข้อความพาดพิงผ่านโซเชียลมีเดียว่าตนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งคู่ก็มักกลับมาคืนดีกัน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดิมขึ้นอีก ส่วนกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม หลังตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย นายโอเว่นยอมรับว่าเสพจริง และเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมยอมรับว่าการเสพยาเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
นายโอเว่น ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ว่า แม้หลังเกิดเรื่องเจ๊ตูนจะเคยบอกให้เลิกราหรือไล่ให้ไป แต่ตนยังรักและมั่นคงในตัวเจ๊ตูนเหมือนเดิม หากอีกฝ่ายบอกเลิก ตนก็พร้อมตามง้อและยังรักเหมือนเดิมทุกครั้งสำหรับชีวิตประจำวัน นายโอเว่นเผยว่า ตนมักเรียกเจ๊ตูนว่า “พี่” และบางครั้งเรียกว่า “ผู้เฒ่าอ้วน” ด้วยความรักและเอ็นดู พร้อมทิ้งท้ายด้วยอารมณ์ดีว่า หากเจ๊ตูนได้ดูคลิปหรือข่าวนี้อยู่ ก็อยากโทรศัพท์ไปพูดคุยและง้อขอคืนดีทันที
หลังถูกจับกุม นายโอเว่นยังได้ขอวิดีโอคอลพูดคุยกับเจ๊ตูน โดยทันทีที่ฝ่ายหญิงรับสาย นายโอเว่นพูดว่า “ตอนนี้ผมถูกจับแล้ว หลังจากที่โพสต์ ตอนนี้สมใจหรือยัง” ขณะที่เจ๊ตูนตอบกลับว่า “ก็ดีแล้ว ทำตัวไม่ดีเอง ถ้าทำตัวดี ๆ เขาคงไม่จับมึงหรอก” ซึ่งก่อนวางสาย นายโอเว่นได้กล่าวกับเจ๊ตูนว่า “ถึงเจ๊จะเป็นยังไง ผมก็รักเจ๊นะ” ก่อนที่สายจะตัดไป ท่ามกลางเสียงแซวของนักข่าวและเจ้าหน้าที่ ขณะที่คดีการเสพสารเสพติดยังคงเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป

