'กรมชลประทาน' ยัน เขื่อนหลัก ยังมีช่องว่างรองรับน้ำ ไม่กระทบ กทม.-ภาคกลาง

“กรมชลประทาน” ยัน เขื่อนหลักยังมีช่องว่างรองรับน้ำ ไม่กระทบ กทม.-ภาคกลาง พร้อมบริหารจัดการรับมือฝนรอบใหม่ 11 ต.ค.นี้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทานแถลงข่าวประจำวันของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย ว่า สำหรับเขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีกมาก ยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกไปจะไม่ไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำภาคกลางอย่างแน่นอน สำหรับฝนที่ตกใน จ.กำแพงเพชรและอุทัยธานี ทำให้ต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ปัจจุบันแม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สถานการณ์น้ำใน จ.นครสวรรค์จึงทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับฝนที่จะตกเข้ามาอีกในวันที่ 11 ต.ค.นี้ กรมชลประทานได้ปรับแผนลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ที่ระดับเก็บกัก +10.650 เมตร ซึ่งทำให้น้ำท่วมพื้นที่เหนือเขื่อนตั้งแต่ จ.ชัยนาท และอุทัยธานี จากเดิมระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ 16.8 พร้อมลดการนำน้ำเข้าทั้งฝั่งตะวันออก ทั้งคลองชัยนาท-ป่าสัก คลองชัยนาท-พระนครศรีอยุธยา และฝั่งตะวันตก แม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน ให้สอดคล้องกับน้ำที่ไหลเข้าอย่างสมดุล เพื่อป้องกันปัญหาตลิ่งสไลด์ตามหลักวิศวกรรมจากการลดระดับน้ำเร็วเกินไป
นายธเนศร์ กล่าวว่า สำหรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้มีการจัดจราจรน้ำ โดยลดการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่จะไปเติมหน้าเขื่อนพระราม 6 ยืนยันว่าน้ำจากแม่น้ำป่าสักจะไม่ไหลเข้าสู่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออก และกทม.อย่างแน่นอน เนื่องจากมีการปิดคลองระพีพัฒน์บริเวณคลอง 13 ไว้แล้ว ส่วนน้ำในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก จ.ปทุมธานี รังสิต ถึง กทม. ซึ่งเป็นน้ำบ่ามาจาก จ.นครนายก กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำ 2 ส่วน คือ ระบายแนวขวางผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และระบายแนวดิ่งผ่านคลอง 13 คลอง ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
นายธเนศร์ กล่าวอีกว่า ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังคงที่อยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีน้ำเข้า 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการพร่องน้ำรอฝนโดยไม่กระทบ จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเขื่อนแม่กลองได้ลดการระบายน้ำลงต่อเนื่อง และแม้จะมีฝนตกมากบริเวณแควน้อยและแควใหญ่ แต่น้ำท้ายเขื่อนแม่กลองยังคงลดลงเรื่อยๆ สำหรับลุ่มน้ำเพชรบุรี แม้เขื่อนแก่งกระจานมีความจุสูงถึง 102% แต่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งพร่องน้ำไว้แล้ว หากไม่มีฝนตกหนักระดับ Rain Bomb เขื่อนแก่งกระจานยังสามารถหน่วงน้ำได้ โดยมีเขื่อนเพชรบุรีช่วยผันน้ำออกด้านข้าง และควบคุมการไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรีให้อยู่ในระดับที่กระทบเพียง 105 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายธเนศร์ กล่าวว่า สำหรับภาคตะวันออก สถานการณ์น้ำตอนบนของ จ.ปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงหลังอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาลดการระบาย ส่วนน้ำท่วมขังที่ อ.กบินทร์บุรีและตัวเมืองปราจีนบุรี แม้ยังท่วมอยู่ แต่เริ่มลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีไปแม่น้ำนครนายก ได้มีการคำนวณการปล่อยน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ออกมาน้อยที่สุดเพื่อลดภาระพื้นที่ ส่วนแม่น้ำบางปะกงที่ระดับน้ำสูงขึ้นและกระทบ 8 อำเภอของ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดจากปริมาณน้ำไหลออกสู่ทะเลมากกว่าน้ำเข้า ร่วมกับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ยืนยันว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำบางปะกงได้เปิดบานประตูน้ำทุกบานให้น้ำไหลตามธรรมชาติแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

