อัจฉริยะ ไม่เครียด นอนคุกคืนแรก เมนูมื้อเช้าแกงจืดไก่ เผยโรคประจำตัวป่วยเส้นเลือดสมองตีบ

“อัจฉริยะ”กักโรคอยู่ห้องขังที่ 21 สำหรับควบคุมผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ขณะที่เรือนจำฯ สอดส่องผ่านกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชม.นอนคุกคืนแรก นอนหลับได้ เมนูมื้อเช้าวันนี้ทานแกงจืดไก่ เจ้าตัวเเจ้ง มีโรคประจำตัวเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ เจ้าหน้าที่ให้เขียนคำร้องขอพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว ยังไม่มีอาการน่าห่วง
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 69 พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ตัองหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5926/2569 ลงวันที่ 2 ต.ค.2569 ฐานฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีมีพฤติการณ์ใช้บัญชีเงินฝากของ"ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม"ที่เปิดรับบริจาคก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวไปเล่นพนันมวยเงินทุนร่วม 360 ล้านบาท มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 ต.ค.2569 หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวนายอัจฉริยะเข้าคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ล่าสุด รายงานข่าวภายในกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้าทำการฝากขังควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหา นคร ตามคำสั่งศาล โดยเมื่อมีการรับตัว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอัจฉริยะอยู่ภายในฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังแดน 2 (แดนแรกรับ) ห้องขังที่ 21 ซึ่งเป็นห้องสำหรับควบคุมผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง มีผู้ต้องขังภายในห้องจำนวน 4 คน แยกเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่ 3 คน และอาสาสมัครสาธารณ สุขเรือนจำ 1 คน โดยตอนนี้นายอัจฉริยะยังอยู่ระหว่างการกักโรค ซึ่งจะพ้นระยะเวลากักโรคในวันที่ 11 ต.ค.69 เพื่อเข้าสู่กระบวนการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังต่อไป
สำหรับเมนูเช้าวันนี้ เป็นเมนูแกงจืดไก่ ซึ่งเจ้าตัวรับประทานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ ขณะที่เรื่องความเครียด นายอัจฉริยะแจ้งว่ามีโรคประจำตัวเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งทางฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังแดน 2 ได้ดำเนินการให้ผู้ต้องขังเขียนคำร้องขอพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว
ส่วนด้านความปลอดภัย ทางเรือนจำฯ ได้มีเจ้าพนักงานเรือนจำดำเนินการสอดส่องดูแลผ่านทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี นายอัจฉริยะสามารถนอนหลับและปรับตัวได้ ยังไม่มีเหตุน่ากังวลใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

