กรมชลประทาน ระดมเครื่องสูบไฮดรอลิกเร่งระบายน้ำจ.ปทุมธานี เตรียมพร่องน้ำรับมือฝนระลอกใหม่

6 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครรังสิตว่า ขณะนี้ต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ให้เร็วขึ้น โดยเพิ่มเครื่องสูบน้ำระบบไฮดรอลิก (Hydro Flow) ที่มีศักยภาพสูบน้ำปริมาณมาก บริเวณสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ 3 เครื่อง และประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
โดยกรมชลประทานมีการใช้ชื่อ "สถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์" ในโครงการของพื้นที่รังสิต และระบุชื่ออีกจุดว่า "ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต" ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
การระบายน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ยังมีข้อจำกัดบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณท่อรอดของการประปาที่มีระดับสูงกว่าท้องคลอง ทำให้มีลักษณะคล้ายสิ่งกีดขวางใต้น้ำ น้ำจึงไหลไปยังปลายคลองได้ช้าลง
กรมชลประทานกำลังพิจารณาติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อช่วยเร่งการไหลของน้ำไปยังปากคลองรังสิต พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเร่งระบายน้ำแล้ว โดยน้ำที่สูบออกจากปากคลองรังสิตจะระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างก่อนออกสู่อ่าวไทย

ขณะเดียวกันการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่รังสิตลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต้องบริหารควบคู่กับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากตอนบน โดยเวลา 06.00 น. วันนี้ (6 ต.ค.) เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงมาอยู่ที่ +16.88 เมตร รทก. ส่วนสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานที่ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สะท้อนว่าปริมาณน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมามีแนวโน้มลดลง
แม้ปริมาณน้ำเหนือจะเริ่มลดลง แต่กรมชลประทานยังติดตามน้ำจากฝนระลอกใหม่ที่ตกในพื้นที่ตอนบน โดยวานนี้ (5 ต.ค.) จ.เชียงใหม่ มีฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ซึ่งน้ำในลุ่มน้ำปิงจะไหลลงเขื่อนภูมิพล ขณะที่ จ.กำแพงเพชร มีฝนประมาณ 122 มิลลิเมตร ซึ่งน้ำจะไหลลงมาสมทบในระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ส่วน จ.อุทัยธานี มีฝนประมาณ 78 มิลลิเมตร น้ำในแม่น้ำสะแกกรังจะไหลลงมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยา ด้าน จ.สุโขทัย มีฝนประมาณ 110 มิลลิเมตร น้ำในลุ่มน้ำยมส่วนหนึ่งจะถูกหน่วงไว้ในทุ่งบางระกำ ก่อนทยอยไหลลงมาสมทบเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จึงยังต้องติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาในระยะต่อไปประกอบการบริหารน้ำ
ส่วนลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ยังคงระบายน้ำประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำในอ่างและเพิ่มพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างที่เกินระดับเก็บกักปกติเริ่มลดลง โดยเวลา 06.00 น. วันนี้ มีน้ำเก็บกัก 943.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 108.31% ของความจุเก็บกักปกติ ลดจากเมื่อวานที่ 957.13 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 109.83%

"การบริหารจัดการน้ำในช่วงนี้ต้องพิจารณาทั้งปริมาณน้ำที่กำลังไหลลงมาจากตอนบน น้ำจากฝนระลอกใหม่ และสถานการณ์พื้นที่ท้ายน้ำควบคู่กัน เพื่อปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่เพิ่มภาระให้พื้นที่ท้ายน้ำเกินความจำเป็น พร้อมเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด" อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

