อภิสิทธิ์ จัดหนัก! ซัดรัฐบาลถังแตก จ้องฮุบงบภาษีบาป จวกยับบริหารเศรษฐกิจไร้ทิศทาง ลั่นถ้าเบื่อก็ต้องออกไป

6 ตุลาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เที่ยงเจอกัน" ทางช่อง Watchdog หมาเฝ้าบ้าน ชำแหละการทำงานของรัฐบาลในหลากหลายมิติ ทั้งความพยายามในการดึงเงินกองทุนภาษีบาปกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณ การบริหารเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง
ประเด็นร้อนที่ถูกจับตาคือความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลในการแก้ไขกฎหมายเพื่อดึงเงินนอกงบประมาณ โดยเฉพาะเงินจาก "ภาษีบาป" ที่จัดสรรให้กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ นายอภิสิทธิ์ ชี้ว่า กลไกเดิมถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระ ไม่ให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงและป้องกันการครอบงำสื่อ การที่รัฐบาลพยายามดึงเงินส่วนนี้กลับ สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลเรื่องพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด หรือ "ภาวะถังแตก" จนต้องพยายามกวาดต้อนเงินทุกก้อนมาไว้ในมือเพื่อนำไปจัดสรรเอง
สำหรับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อดีตนายกรัฐมนตรีวิจารณ์ว่ารัฐบาลทำงานแบบ "ต่างคนต่างทำ" และแก้ปัญหาตามกระแสเฉพาะหน้า โดยขาดการบูรณาการยุทธศาสตร์ที่เป็นภาพรวม พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่หายไปจากระบบ ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันและค่าครองชีพไม่ถูกแก้ที่ต้นตอ รัฐบาลทำเพียงใช้เงินอุดหนุนแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาระยะยาว และเมื่อถามถึงโครงการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า หากนำเงินก้อนดังกล่าวมาจัดสรรตามระบบงบประมาณปกติอย่างมีประสิทธิภาพ จะเกิดประโยชน์และแก้ปัญหาได้มากกว่าการเร่งรัดโครงการที่ขาดความพร้อมในทางปฏิบัติ
ในด้านภาวะผู้นำและการรับมือวิกฤตภัยพิบัติ นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตถึงสไตล์การทำงานของนายกรัฐมนตรีที่มักมอบหมายให้ผู้อื่นทำโดยไม่ลงมาเป็นผู้ประสานงานหลัก ทำให้การรับมือน้ำท่วมขาดความเชื่อมโยงตั้งแต่การเตือนภัยไปจนถึงการช่วยเหลือ รัฐบาลดูจะถนัดเพียงแค่การเยียวยาตามหลัง แต่สอบตกเรื่องการวางระบบป้องกัน ส่วนกรณีดราม่าที่นายกฯ แนะนำให้ประชาชนทิ้งสัตว์เลี้ยงเพื่อหนีน้ำท่วมนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจความผูกพันของคนที่มีต่อสัตว์เลี้ยง รัฐบาลควรเสนอแนวทางดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อประกอบการตัดสินใจอพยพของประชาชนมากกว่า
นอกจากนี้ เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงกรณีที่ นายเนวิน ชิดชอบ อวยพรวันเกิดให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ไปจนกว่าจะเบื่อ นายอภิสิทธิ์ ตอบกลับอย่างดุเดือดในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาก่อนว่า "ถามว่าบางช่วงมีความรู้สึกว่ามันหนักหนาสาหัสไหม ใช่ แต่ไม่ได้มีความรู้สึกเบื่อ เพราะเรากำลังแบกรับความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ ...ถ้าเบื่อก็ไม่ควรเป็นน่ะครับ ถ้าเบื่อก็ต้องออกไป"
ส่วนทิศทางการเมืองในเดือนตุลาคมที่มีคิวการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ ประเมินว่า แม้ในแง่ของคะแนนเสียงโหวต รัฐบาลจะสามารถผ่านไปได้เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลยังมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ในแง่ของการตอบคำถามต่อสังคม รัฐบาลจะต้องเหนื่อยหนัก เพราะข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมมาตรวจสอบนั้นมีน้ำหนัก และหลายประเด็นเป็นเรื่องที่รัฐบาลน่าจะชี้แจงได้ยาก
การเมืองไทยในขณะนี้ยังคงเผชิญกับการต่อสู้กับ "อำนาจนิยม" ที่แฝงตัวอยู่ทั้งในขั้วที่เรียกตัวเองว่าอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม ประเทศไทยกำลังติดหล่มและจำเป็นต้องได้รับการ "ยกเครื่องครั้งใหญ่" ในทุกระบบ โดยก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการสร้างฉันทามติร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อผลักดันให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

