หอการค้าฯคาดกินเจปี’69 เงินสะพัด 46,913 ล้าน สูงสุดรอบ 6 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลสำรวจ Chamber Business Poll “อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ” จากการเก็บข้อมูลระหว่าง 21-28 กันยายน 2569 ทั้งประชาชน 1,230 ตัวอย่าง และผู้ประกอบการ 680 รายทั่วประเทศ พบว่า เทศกาลกินเจปี 2569 เงินหมุนเวียนคาดแตะ 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จาก 45,903 ล้านบาท ในปี 2568 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี นับจากจุดต่ำสุดปี 2564 ที่เหลือ 40,147 ล้านบาท หรือติดลบ 14.5% ก่อนค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ตัวเลขเพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากคนกินเจมากขึ้น แต่มาจากราคาที่แพงขึ้นและค่าใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น
โดยสัดส่วนคนที่ตั้งใจกินเจปี 2569 เหลือเพียง 32.0% ต่ำสุดในรอบ 11 ปี ลดลงจาก 34.0% ในปี 2568 และหดตัวต่อเนื่องจากจุดสูงสุด 39.8% ในปี 2563 ขณะที่อีก 68.0% บอกว่าไม่กิน เหตุผลอันดับหนึ่งของผู้ที่ไม่กินคือเศรษฐกิจไม่ดี 25.8% ตามด้วยไม่มีเชื้อสายจีน 14.2% ที่บ้านไม่มีใครกิน 12.3% และอาหารแพง 11.3% ส่วนคนที่ยังกินให้เหตุผลว่าตั้งใจทำบุญ 19.7% กินเฉพาะเทศกาล 18.3% อยากลดเนื้อสัตว์ 15.4% มีคนพาไปที่โรงเจ 10.4% และเพื่อสุขภาพ 10.2% ในกลุ่มที่กินมีเพียง 55.4% ที่กินตลอดเทศกาล ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่อีก 44.6% กินแค่บางมื้อ
ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพุ่งถึง 5,576 บาท เพิ่มขึ้น 7% จาก 5,211 บาท ในปี 2568 ผู้ตอบ 33.0% บอกว่าจะใช้เงินมากขึ้น เหตุหลักคืออาหารเจแพง 38.1% และต้องกินมากกว่าอาหารปกติ 22.6% ขณะที่ 49.8% ใช้เท่าเดิม และ 17.2% ใช้ลดลง เพราะตั้งใจประหยัด 46.0% หันไปกินที่โรงเจ 21.3% และเศรษฐกิจไม่ดี 19.8% ปริมาณชิ้นที่ซื้อกลับนิ่ง โดย 67.5% ซื้อเท่าเดิม มีเพียง 12.4% ที่ซื้อมากขึ้น และ 20.1% ที่ซื้อน้อยลง แปลว่าเงินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ถูกราคาดึงไป ไม่ได้แปลว่าคนซื้อของมากขึ้น โดยผู้ตอบ 62.4% คาดว่าราคาอาหารและวัตถุดิบเจปี 2569 จะแพงขึ้น มีเพียง 0.5% ที่คิดว่าจะถูกลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพผักสดก่อนเทศกาลที่ราคาปรับขึ้นจากน้ำท่วม ฝนตกกระทบต่อการขนส่ง และน้ำมันแพง แม้คนจะกังวลราคา แต่ความคึกคักของเทศกาลยังไม่ซบเซา โดย 21.2% มองว่าคึกคักกว่าปี 2568 ขณะที่ 63.4% มองว่าเหมือนเดิม 15.4% มองว่าซบเซาลง
ด้านพฤติกรรมการซื้อยังยึดของสดและของพร้อมกินเป็นหลัก โดย 87.9% ไปเลือกซื้อเอง ซึ่งตลาดสดยังเป็นช่องทางอันดับหนึ่งที่ 32.3% ตามด้วยร้านค้าทั่วไป 27.2% ร้านสะดวกซื้อ 16.6% ซูเปอร์มาร์เก็ต 12.4% และห้างค้าส่งขนาดใหญ่ 11.5% อย่างไรก็ตาม 12.1% บอกว่าที่ไม่ได้ไปซื้อเอง สั่งผ่านไลน์แมนหรือวินมอเตอร์ไซค์74.0% ขณะที่สั่งออนไลน์ขยับจาก 19% เป็น 26% อาหารปรุงสำเร็จเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ 27.8% ตามด้วยซื้อของมาทำกินเอง 24.6% อาหารเจสำเร็จรูป 21.3% ไปกินที่โรงเจ 15.2% อาหารแช่แข็ง 8.0% และแพลนต์เบสเพียง 3.1% โดยเงินที่ใช้จ่าย 81.0% มาจากรายได้ประจำ 9.3% จากเงินออม และ 5.2% จากเงินช่วยเหลือของรัฐ ทั้งนี้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยพยุงกำลังซื้อได้บางส่วน ผู้ตอบ 26.6% บอกว่าโครงการทำให้ใช้จ่ายช่วงกินเจเพิ่มขึ้น 67.1% เท่าเดิม และ 6.3% ลดลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

