อิหร่านพร้อมรบยืดเยื้อ จนกว่าทรัมป์ตกเก้าอี้

ที่ปรึกษาไออาร์จีซี หนุนอิหร่านรบสหรัฐฯต่อไป ลั่นพร้อมทำสงครามยืดเยื้อจนกว่าทรัมป์หลุดเก้าอี้ปธน. โวอาวุธมีอีกเยอะ อีกทั้งยังมีแผนพร้อมถล่มแหล่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯนับหมื่นแห่งทั่วโลกขณะที่ รมต.กลาโหมสหรัฐคงกำลังปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปไม่มีกำหนด เล็งประกาศมาตรการโดดเดี่ยวทางศก.ต่อเตหะรานอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้าง Public Broadcasting Service - PBS เครือข่ายโทรทัศน์ของประเทศสหรัฐอเมริกา นำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษพลจัตวา โมฮัมหมัด เรซา นักดี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โดยการสัมภาษณ์บางช่วงที่ปรึกษาอาวุโส ไออาร์จีซีกล่าวเตือนสหรัฐฯว่า อิหร่านพร้อมทำสงครามยืดเยื้ออีกหลายปี จนกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี
พลจัตวา โมฮัมหมัด เรซา นักดีกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการรับมือกับสหรัฐฯคือ การต่อสู้เพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องไปจนกว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะดำรงตำแหน่ง พร้อมยังแสดงจุดยืนสนับสนุนให้อิหร่านทำสงครามกับสหรัฐฯต่อไป เนื่องจากเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการสู้รบและป้องปรามไม่ให้เกิดการโจมตีขึ้นอีกในอนาคต เชื่อว่าอิหร่านกำลังเป็นฝ่ายชนะในการทำสงครามกับสหรัฐฯ ซึ่งอ่อนแอกว่าที่เคยประเมินไว้
“พร้อมยืนยันว่าอิหร่านมีศักยภาพมากพอที่จะเดินหน้าสู้รบอีกหลายปี ยุทโธกรณ์สำคัญอย่างขีปนาวุธถูกผลิตออกมาได้มากกว่าจำนวนที่ถูกยิงออกไป อีกทั้งฐานการผลิตยังตั้งอยู่กระจายในหลายพื้นที่ แต่หากขีปนาวุธเหล่านี้หมดไป อิหร่านยังมีทางเลือกอื่นที่สร้างความอันตรายได้มากกว่า โดยเฉพาะแหล่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯนับหมื่นแห่งทั่วโลก” พลจัตวาเรซา นักดีกล่าว แต่ปฏิเสธจะให้รายละเอียดว่าอิหร่านมีแผนโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯในส่วนใด และอย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของนายพลระดับสูงของกองทัพอิหร่านเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับระยะเวลาทำสงคราม ซึ่งเชื่อมโยงกับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐมาแล้ว 2 สมัย และแสดงความสนใจลงแข่งขันเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯเป็นสมัยที่ 3 ในปี 2028 แต่กฎหมายไม่อนุญาต สอดคล้องกับสื่ออื่นในต่างประเทศ ที่รายงานอ้างจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านที่ยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายเวลาการหยุดยิงต่อไปอีก 60 วัน ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งรัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมลงนามเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ด้านท่าทีสหรัฐฯออกมาประกาศว่า กองทัพสหรัฐสามารถคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปได้ อย่างไม่มีกำหนดและยังจะดำเนินมาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านมากขึ้น ขณะที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างสองฝ่ายประสบภาวะชะงักงัน ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐยืนยันก่อนหน้านี้ว่า กองทัพสหรัฐมีศักยภาพเพียงพอคงกำลังทางเรือไว้ในภูมิภาค เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านต่อไปได้ไม่มีกำหนด เพราะเราจะใช้วิธีหมุนเวียนเรือเข้าและออก ซึ่งเราทำมาตลอดและจะทำต่อไป
ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐกล่าวถึงแผนของสหรัฐที่จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้อิหร่านเพิ่มเติม โดยขอให้จับตาดูประกาศที่จะตามมาในสัปดาห์หน้า เพราะสหรัฐกำลังจะนำมาตรการที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดมาใช้ มันเป็นการผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก กับการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสกัดกั้นไม่ให้มีการขนส่งสินค้าเข้าหรือออก จากท่าเรือของอิหร่านได้
ทั้งนี้ หลังข้อตกลงยุติสงครามอย่างไม่เป็นทางการในเดือนมิถุนายนล้มเหลว อิหร่านพยายามใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐ ขณะเดียวกัน อิหร่านโจมตีเรือบางลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

