ซุบซิบกทม.
17 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.
ซุบซิบกทม.
ยังพูดกันลั่นไม่จบทั้งประเทศกับวลีทองของ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี กรณีที่ว่า“ยิงโจรขึ้นบ้านมีความผิดตามกฎหมาย” อันเป็นคำพูดที่เกิดจากประโยคที่ไม่ครบถ้วน เพราะโดยหลักแล้วหากภัยอันตรายเข้าใกล้ตัว ประชาชนผู้อาจถูกกระทำหรืออาจได้รับอันตรายถึงชีวิต สามารถป้องกันตัวได้โดยชอบตามกรอบของกฎหมาย ประเด็นที่นายกฯอนุทิน ยกขึ้นมาอธิบายชนิด“ตะกุกตะกัก” ไม่ครบสาระเนื้อหาทางกฎหมายข้อกฎหมาย ”ยิงโจรขึ้นบ้านผิดนั้น“อันที่จริงต้องบอกสนับสนุนว่าใช่ แต่อาจไม่ต้องรับโทษก็ได้ เพราะมีฎีกาเรื่องนี้มีมากมายยกฟ้อง เนื่องจากกฎหมายมีไว้สำหรับคุ้มครองประชาชนผู้ถูกกระทำ อันเป็นสิทธิ์ในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินขณะมีโจรขึ้นบ้าน...ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนที่มีความรู้ตลอดทั้งนักกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจน้อยใหญ่ต่างรู้เช่นเห็นชาติ เข้าใจปัญหา การป้องกันตัวป้องกันทรัพย์โดยชอบถึงจะผิดกฎหมายก็ไม่ต้องรับโทษ แม้ว่าสุดท้ายโจรตายก็ตาม แต่ไม่ใช่เจตนาฆ่าชนิดยิงระห่ำจนหมดแม็ก อย่างไรก็ตามถึงจะสามารถป้องกันตัวยิงโจรได้ หรือโจรคนนั้นตายคาบ้าน เจ้าของบ้านหรือคนยิงก็ยังตกเป็นจำเลย ถูกตั้งข้อกล่าวหาอยู่เช่นเดิม แต่เป็นการกล่าวหาที่ทั้งตำรวจและอัยการอาจไม่ฟ้องร้องต่อศาลก็ได้ เพราะเขาป้องกันตัวปกป้องทรัพย์ฯโดยชอบ...ตัวอย่างมีคนร้ายปีนขึ้นบ้านทางหน้าต่างเวลากลางคืนยามวิกาล(กลางคืนดึกสงัด )เจ้าของบ้านตื่นขึ้นมาเห็นเงาตะคุ่มๆจึงร้องถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบ เจ้าของบ้านจึงหยิบปืนยิงออกไป1นัด ปรากฎว่าผู้บุกรุกเป็นคนร้ายตาย ตรวจสอบพบอุปกรณ์งัดแงะ และมีสปาต้ายาว ...ลักษณะเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เจ้าของบ้านผู้ตกเป็นจำเลยกระทำได้ เพราะสมควรแก่เหตุในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน...ที่จริงยังมีเหตุป้องกันตัวป้องกันทรัพย์ฯโดยชอบตามกฎหมายอันเป็นฎีกามากมายซึ่งศาลท่านยกฟ้อง ซึ่งประชาชนที่กังวลกับคำพูดของนายกรัฐมนตรีไม่ต้องผวา หรือกังวลจะส่งผลให้การป้องกันตัวโดยชอบตามกรอบของข้อกฎหมายไม่ได้...ทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่องศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุ่มพินี เนื่องจากหลังจาก กทม.หลงทางเชื่อ คำพูดของ สก.บางคนว่าศูนย์ฝึกฯต้องปิด เพราะมีมาเฟียคอยรีดไถเงินวิทยากร และปิดเพื่อต้องการซ่อมแซมสถานที่ให้ดูดี แต่หลังจากปิดและซ่อมต่อเติมปรับปรุงสถานที่แล้วก็ไม่เปิดตามเสียงเรียกร้องของประชาชนคนต้องการจะเข้าไปเรียน เช่น วิชาตัดเย็บ ,เสริมสวย ,อาหาร ,ตัดผม ศิลปะประดิษฐ์ฯลฯ ...ค่อยข้างประหลาดเรื่องพรรค์อย่างนี้ฝ่ายบริหารกลับ“เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” ไม่สนใจในความจำเป็นของรากหญ้า หลอกชาวบ้านซื้อเวลามาตลอด และประหลาดมหาบรรลัยแอบเปิดกันในวิชาที่คนไม่สนใจแค่วิชาเดียว(ออนไลน์มีคนเข้าอบรมแค่ไม่กี่ชีวิต)ชวนให้สงสัยกว้างขวางเขตปทุมวันคิดอะไร ทำอะไร กันแน่ ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีกเมื่อมีเสียงหนึ่งในฝ่ายพัฒน์ฯทุบเปรี้ยงออกมา คือ จะเอาถานที่ดังกล่าวไปตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ แล้วทำไมไม่ถามคนอยากอบรม วิทยากรอยากมีรายได้บ้าง แต่เสียงพิกลพิการไร้สำนึกบอกจะของบตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ จึงมีคำถามจากประชาชนคนในพื้นที่ผู้อยากเข้าอบรมว่า เรียนรู้เรื่องการเล่นแร่แปรธาตุเงินทงบประมาณหรือเปล่า ถ้างบฯการเรียนรู้เป็นเงินมรดกส่วนตัว สก.คนใดคนหนึ่งก็ทำกันได้ แต่การนำเงินภาษีประชาชนไปถลุงไม่เกิดประโยชน์ระวัง“นรก”ถามหา...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

