ยลโฉม มินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ

มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรุ่นพิเศษของรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า มินิ เอซแมน เอสอี พร้อมกัน 3 รุ่นเป็นครั้งแรก ทั้ง มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection, มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection และ มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection โดยแต่ละคอลเลกชัน สะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันของชีวิตคนเมือง และเปิดตัวในจำนวนจำกัด รวมทั้งสิ้นเพียง 130 คันในประเทศไทย
มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection ใหม่ โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่สะท้อนตัวตนของผู้หลงใหลในงานดีไซน์ ที่ไม่เคยหยุดค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต มาพร้อมสีตัวถังแบบเฉพาะรุ่น Indigo Sunset Blue จับคู่กับหลังคา Multitone Roof สีน้ำเงิน ที่เป็นเสมือนผืนผ้าใบที่แต่งแต้ม ด้วยสีสันจากกระบวนการพ่นสีแบบ wet-on-wet ที่สร้างระดับสีอย่างสะดุดตา จากสีขาวที่บริเวณเหนือกระจกหน้า เข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงินที่ช่วงท้ายรถ โดยหลังคา Multitone Roof ของแต่ละคันจะมีโทนสี ที่ไล่ระดับแตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพแวดล้อมในขณะทำสี สร้างเอกลักษณ์ประจำตัวให้กับมินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection
ส่วนกระจกมองข้างสีขาวและราวหลังคา เติมโทนสีที่ตัดกับตัวรถได้อย่างมีลูกเล่น เข้าคู่กับไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ส่วนระบบไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และกระจกมองข้างพร้อมไฟโปรเจคชั่น เสริมทั้งความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว ลาย Slide Spoke แบบทูโทน ยางขนาด 225/45 R18 ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งเบาะนั่งด้วยวัสดุ Vescin และผ้าในโทนสีดำ/น้ำเงิน จับคู่กับชุดแต่งแบบ Classic และพวงมาลัยสปอร์ต เบาะหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า ระบบนวด Active Seat สำหรับผู้ขับขี่ ฟังก์ชัน Parking Assistant และ Driving Assistant พร้อมแพ็คเกจ Comfort ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกับหน้าจอ OLED ทรงกลม MINI Interaction Unit บริการมากมายจาก MINI Connected Services ระบบนำทาง MINI Navigation AR และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ราคาจำหน่าย 1,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard) จำนวนจำกัด 50 คัน
มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection ใหม่ มาในโฉมสีดำล้วน Midnight Black โดยใช้สีเดียวกันนี้บนหลังคา ราวหลังคา และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อสร้างบุคลิกที่เปี่ยมด้วยพลัง ทั้งยังโดดเด่นด้วยหลังคา Panorama Roof และล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ลาย JCW Slide Spoke สีดำ และยางขนาด 225/45 R18 ส่วนไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ทำงานร่วมกับระบบไฟสูงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง เพื่อเสริมทั้งบุคลิกของตัวรถและความมั่นใจในการขับขี่ยามค่ำคืน
ห้องโดยสารของ Shadow Collection ยังคงบุคลิกที่เข้มแบบเรียบหรู เริ่มจากเบาะหุ้มวัสดุ Vescin สีดำ จับคู่กับชุดแต่ง John Cooper Works เบาะนั่งสปอร์ต JCW และพวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานห้องโดยสารสี Anthracite ในด้านของความสะดวกสบาย รุ่นพิเศษ Shadow Collection มาพร้อมอุปกรณ์และสมรรถนะเทียบเท่ามินิ เอซแมน เอสอี Hightrim จึงมีพร้อมทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus ระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant Plus และแพ็คเกจ Comfort Plus พร้อมด้วยระบบเสียง Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder ราคาจำหน่าย 1,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard) จำนวนจำกัด 50 คัน
มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection ใหม่ พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผสานกลิ่นอายของความ เร้าใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ต เข้ากับความลื่นไหลของการเดินทางในเมือง มีให้เลือก 3สี ได้แก่ เทา Legend Grey, ขาว Nanuq White และเงิน Melting Silver โดยมาพร้อมกับหลังคา และฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ ราวหลังคา และหลังคา Panorama Roof ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขับเน้นความสปอร์ตด้วยลาย JCW Lap Spoke สองสี พร้อมยางขนาด 225/40 R19
ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุ Vescin/Cord JCW สีดำ ผสานกับชุดตกแต่งภายใน JCW เบาะนั่งสปอร์ต JCW พวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานในสี Anthracite นอกจากนี้ ยังมาพร้อมชุดตกภายในและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันที่สุด ในทั้งสามคอลเลกชันพิเศษ อาทิ Head-up Display Parking Assistant Plus, Driving Assistant Plus แพ็คเกจ Comfort Plus ระบบเสียงเซอร์ราวด์ Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder ราคาจำหน่าย 2,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard) จำนวนจำกัด 30 คัน
มินิ เอซแมน ทั้งสามคอลเลกชัน ขับสนุกในสไตล์มินิ ด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า / 160 กิโลวัตต์ ลงสู่ล้อหน้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.เวลา 7.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กม./ชม. ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 405 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) รองรับการชาร์จด้วยกระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 95 กิโลวัตต์ จึงใช้เวลาเพียง 31 นาที ในการชาร์จจาก 10 – 80% ขณะที่การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่กำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จให้เต็ม 100% ราว 5 ชั่วโมงครึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






