'พลพีร์' นำทัพบุกจับผับเถื่อน ย่านถนนข้าวสาร ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุม พบปัสสาวะม่วง 34 คน

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 03.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ชื่อ “OK bar โอเค บาร์” บริเวณชั้น 2 ของอาคารแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและส่งสายลับเข้าสืบสวนจนพบพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงหลายประการ
การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการปราบปรามยาเสพติดและจัดระเบียบสังคม โดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ, นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ร่วมนำกำลังเข้าปิดล้อมและเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

จากการสืบสวนของสายลับก่อนเข้าจับกุม พบว่าร้านดังกล่าวเปิดเป็นห้องโถงใหญ่ มีเวทีดนตรีและพื้นที่ให้บริการหลายโซน บริเวณทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4–6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประชาชนหรือตรวจค้นอาวุธ สายลับได้ทดลองสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เวลา 01.30 น. และชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเข้าบัญชีบุคคลซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับร้าน โดยสถานบริการแห่งนี้เปิดให้บริการและขายสุราไปจนถึงเกือบ 06.00 น. ของทุกวัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังบันทึกภาพพฤติการณ์สงสัยในห้องน้ำ พบหลอดพลาสติกบรรจุสารเสพติดและผงสีขาวตกอยู่ตามพื้น รวมถึงพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และมีการจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะภายในร้าน เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลระบบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ปรากฏว่าร้าน “OK bar” ไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการแดย่างใด

ภายในปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบหลักฐานและสิ่งผิดกฎหมายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะโพยหลักฐานการจ่ายส่วยให้แก่หลายหน่วยงาน รวมเป็นยอดเงินสูงถึงกว่า 177,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ภายในร้านยังเกลื่อนไปด้วยยาเสพติดและอุปกรณ์ลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะที่ถูกทิ้งระเกะระกะตามพื้น รวมถึงยังพบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน 1 กระบอก และสิ่งเทียมอาวุธปืนอีก 1 กระบอกซุกซ่อนอยู่ด้วย
จากการคัดกรองปัสสาวะนักเที่ยวและพนักงานภายในร้าน พบผู้มีผลตรวจเป็นสีม่วงพุ่งสูงถึง 34 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีรวมอยู่ด้วย 4 ราย และยังมีพนักงานดีเจของร้านอีก 2 ราย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการเที่ยวในร้านอีกกว่า 30 คน แบ่งเป็นชาย 20 คน และหญิง 10 คน โดยพบเด็กที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 15 ปีเท่านั้น

เบื้องต้น พนักงานฝ่ายปกครองได้ควบคุมตัวผู้จัดการร้านส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดถึง 8 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509, ข้อหาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด, ขายแอลกอฮอล์ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก, รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นโฆษณาแอลกอฮอล์ ความผิดตาม พ.ร.บ. อาหาร จากการใช้แก๊สผิดวัตถุประสงค์และนำเข้าอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ร้านดังกล่าวเคยถูกสำนักงานเขตพระนครออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการมาตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและอัคคีภัย แต่ยังคงฝ่าฝืนเปิดให้บริการเรื่อยมา ทางกรมการปกครองจึงเตรียมเสนอเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลออกคำสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 พร้อมส่งตัวผู้พบสารเสพติดดำเนินคดีและขยายผลสอบสวนหาตัวการผู้จัดหาและจำหน่ายยาเสพติดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก DOPA Channel
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





