ซุบซิบกทม.:21 ตุลาคม 2569

ซุบซิบกทม.
เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักวิชาการและคนของรัฐบาลเองว่า ตั้งแต่ประเทศมีความไม่มั่นคงทางการเมือง สะสมความแตกแยกกันมายาวนานหลายปี นักการเมืองที่ส่วนใหญ่ไร้ประสิทธิภาพไร้ประสิทธิผลการบริหารจัดการ รวมถึงกระแสการคอรัปชั่นหาผลประโยชน์ใส่ตัวใส่พวกกันบ้าคลั่ง จึงส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจทรุดต่ำตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ประเทศในแถบอินโดจีน (ไทย ,เขมร ,ลาว ,สิงคโปร์ ,มาเลเซีย ,พม่า ,เวียตนาม )ซึ่งเมื่อก่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะประเทศไทยนำหน้ากว่าใครเพื่อน แต่ปัจจุบันหากไม่เปรียบเทียบกับ เขมร ลาว ว่ากันว่าประเทศไทยย่ำแย่เหนือกว่าพม่าไม่เท่าไรนัก สุดเศร้าเวียตนามแซงโค้งไปแล้ว(ไม่ต้องเปรียบเทียบสิงคโปร์กับมาเลเซีย)...จากประเทศที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งในแหลมทอง พูดกันตรงไปตรงมาสุดแสนอนาถอย่างมาก เพราะประเทศไทยเดินตามหลังมาเลเซียสิงคโปร์ ทั้งๆ2ประเทศนี้ก่อตั้งแผ่นดินหลังสยามประเทศหลายสิบปีทีเดียว ซึ่งนอกจากความอ่อนแอทางการเมืองแล้วปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหัวใจหลัก อันเป็นเหตุเป็นผลให้เศรษฐกิจเติมโตแบบถอยหน้าถอยหลัง ประชาชนลำบากแต่คนการเมืองอู้ฟู่ เห็นชัดคนการเมืองที่กุมอำนาจไม่มีนักการเมืองหน้าไหนที่เป็นคนไม่มีเงิน ทั้งๆบางคนก่อนเข้าสู่การเมืองเทียบชั้นได้แค่ครูประชาบาล แต่หลังได้อำนาจทรัพย์สินเงินทองงอกขึ้นมาแบบ“ดีเดือดเลือดพล่าน ”แถมบางคนกระบวนการตรวจสอบยังลวงเข้าไปไม่ถึงอีกต่างหาก ชนิดสุดอนาถเหลือหลาย บ้าอำนาจแย่งกันแต่อำนาจ ขณะที่ประชาชนในประเทศกลายเป็นตัวประกันทุกเรื่องทุกอย่างลักษณะเชื่อง่ายถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะรับของจำแลงเล็กๆน้อยๆ...ประเทศไทยตั้งอาณาเขตประกาศเป็นชาติรัฐมายาวนาน บรรพบุรุษยอมแลกกายแลกวิญญาณนับชีวิตไม่ถ้วน แต่เพราะประเทศขาดคนมีความรู้ความสามารถที่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ปัญหา“ชะตากรรมชะตาทราม”จึงตกกับประชาชนเหมือนมีมนต์ดำสาปแช่งเอาไว้...นักวิชาการมหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งทุบโต๊ะว่า กุญแจทางออกแรกๆที่ควรต้องแก้ให้ได้ก่อน คือ ตลาดน้ำมันไทยต้องประกาศเอกราชไม่ไปอ้างอิงราคากับตลาดค้าน้ำมันของสิงคโปร์เหมือนอย่างมาเลเซีย นายทุนเศรษฐกิจต้องอยู่ภายใต้ระบบการเมือง ต้องไม่มองว่าทุนสามานย์เป็นทุนสร้างชาติ ข้อสำคัญการเมืองต้องโปร่งใส่ องค์กรตรวจสอบความโปร่งใสต้องประจักษ์เด็ดขาดกับวิถีการเมืองคอรัปชั่นโกงกินทุกมิติ ...ต้องยอมรับราคาน้ำมันเป็นตัวฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเมืองสกปรก อนาถแท้ราคาน้ำมันเรียกร้องกันมาชั่วนาตาปีให้เลิกอิงกับตลาดสิงคโปร์ เลิกบวกค่าขนส่งทิพย์ ค่าสารพัดทิพย์ออกทั้งหมด ภาษีต้องไม่ซ้ำซ้อน โรงกลั่น5-6โรงอยู่เมืองไทย ทำไมต้องสูบเลือดฉกฉวยผลประโยชน์กันสุดอำมหิตส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงเช่นนั้น...และเมื่อราคาน้ำมันแพงข้าวของในท้องตลาดย่อมปรับขยับตัวขึ้น รัฐบาลทั้งที่ผ่านมารวมถึงวันนี้นั่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จัดธงฟ้า ธงนั่น ธงนี้ แจกนั่นนี่ไม่คงทนถาวร ไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจการเงินให้ยั่งยืนแต่ประการใดเลย...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

