ซุบซิบกทม.:5 พฤศจิกายน 2569

ซุบซิบกทม.
ว่ากันว่าวันนี้รัฐบาลเตรียมกู้เงินจากIMFอีกแล้ว และการประชุมIMFที่ผ่านมานั้นประธานIMF พูดกลางวาระการประชุมที่จัดขึ้นในประเทศไทย แสดงความเห็นตรงไปตรงมา เชิงทำนองว่า ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนทะลุเพดาน แทนที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยมองไปที่ตัวปัญหา คือ ราคาน้ำมัน แต่กลับไปอุ้มราคาน้ำมัน ซึ่งถ้าแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนเปลี่ยนตรงนี้ได้ก็จะไม่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ การกู้หนี้เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง การกู้หนี้เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาด เพราะมันจะส่งผลให้เกิดปัญหาร้ายแรง การกู้หนี้เท่ากับเป็นการเอาประชาชนไปจำนำและเอาประเทศเข้าประกันไว้ ...เรื่องดังกล่าวเป็นคำเตือน หากถ้าเกิดเป็นจริงประชาชนคนไทยเองก็ต้องตะโกนออกมาให้ดังๆว่า กู้มาแล้วจะให้ใครปลดหนี้ หรือจะให้ลูกหลานเหลนโหลนในอนาคตรับผิดชอบ หรือจะให้นักการเมืองหน้าไหนกลุ่มใดเข้าไปล้างเข้าไปเช็ดปลดพันธนาการทาสนั้นภายหลัง ...เรื่องนี้ถ้าเป็นจริงประชาชนคนไทยที่กำลังดูดกินกระดูกติดเนื้อซึ่งเขาแจกเขามอบให้บอกว่า คงถึงเวลาที่ประเทศไทยๆที่เหมือนต้องคำสาปต้องลำบากกันอีกรอบแล้ว ครั้งหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์“ชะตาทราม”เราเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ท่วมหัว เงินถูกจัดสรรออกจากประเทศไม่ต่างน้ำไหลออกจากท่อ เศรษฐกิจตกต่ำสาหัส บริษัทห้างร้านปรับลดพนักงานกันสุดเจ็บปวด บางแห่งต้องขอลดเงินพนักงาน แม้แต่ราชการก็ยังสนับสนุนจ่ายเงินล่อใจให้คนออกจากระบบ แล้วถ้าภาพสุดสยองดังกล่าวเกิดขึ้นอีกใครหน้าไหนกลุ่มใด นักการเมืองตระกูลไหนมีศักยภาพจะเลิกทาสจากIMF หรือจะไปขุดเอาผีสางนางไม้ตนใดมาช่วยสางบ้านสางเมือง เพราะผีที่ว่าเหล่านั้นคนที่อวดตัวอวดเก่งตั้งตนว่าฉลาดได้ร่วมกันจับลงหม้อถ่วงน้ำไปแล้ว...และถ้าข่าวการกู้เงินเป็นจริง นั่นแสดงให้เห็นชัดว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่อ่อนแอเสี่ยงทรุดสุดๆทีเดียว ประธานIMFพูดเสียงดังกังวานยิ่ง วิธีการแก้ไข คือ การทำให้น้ำมันลดลง พอน้ำมันลดลงมันจะไปช่วยขับเคลื่อนกระตุ้นให้เศรษฐกิจครัวเรือนท้องถิ่นรวมทั้งหมดดีขึ้น การไปกู้เงินอุ้มภาคอุตสาหกรรม นายทุนต่างๆ ไม่ได้ทำให้หนี้ครัวเรือนชาวบ้านดีขึ้นหรือลดลง ...ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่สำคัญเหลือหลาย เพราะช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาทางการเงินแล้วต้องกู้เงินIMF ทว่าประเทศมาเลเซีย ,สิงคโปร์ ,แม้แต่พม่า เขาก็ไม่ได้ตกเป็นทาสIMFเลย ครั้งนี้ถ้าสุดท้ายเราจะถอยหลังกลับไปรับคำสั่งIMFอีก แล้วเราจะเอาหน้าไว้ไหน แน่นอนนายทุนไม่เดือดร้อน แต่ประชาชนอาจไม่ต่างจาก“ซอมบี้อดอยาก“ ที่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

