ซุบซิบกทม.:21 กันยายน 2569

ซุบซิบกทม.
ช่วงนี้จะมีฝนตก หนัก-เบา ตลอดในกทม. เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถือว่าค่อนข้างน่ากลัว ตกหนักชนิดส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ เช่น สี่แยกลาดพร้าว ,แยกเกษตร ,ถนนรัชดาบริเวณหน้าศาลอาญา ,บางกะปิ และอีกหลายจุด ผิวจราจรจมน้ำ บางแห่งล้นฟุตปาธ รถติดขัดวินาศสันตะโร แต่ปรากฎว่าพอฝนจางหายไปแค่ไม่ถึงชั่วโมง น้ำในจุดท่วมขังทุกแห่งถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าพูดกันตรงไปตรงมาก็อธิบายได้ว่า การทำงานหรือการบริหารจัดการน้ำของ สนน.ภายใต้การนำของนายเจษฎา จันทรประภา ว่าที่ปลัด กทม. เขาคาดการณ์รวมทั้งเตรียมแผนรับมือไว้ถูกต้องในการให้น้ำไหลเข้าอุโมงค์ส่งออกแม่น้ำเจ้าพระยาได้เป็นอย่างดี แม้ตรงตะแกรงจะมีขยะนานาชนิดขวางกั้นอยู่มากมาย อันเนื่องมาจากความมักง่ายเห็นแก่ได้ของคนมักง่ายเห็นแก่ตัว ชอบเขี่ยทิ้งขยะลง คู-คลอง ก็ตาม แต่ปรากฎว่าจากการทำงานเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งดังกล่าวน้ำถูกระบายออกในเวลารวดเร็วมาก จนทุกจุดไร้น้ำขังนานชั่วโมง หรือนานวัน.... สุดท้ายปัญหา“ชะตากรรมชะตาทราม”เกี่ยวกับการฮั้วสว.ที่เกิดกลิ่นเน่าเหม็นอื้อฉาวคาวฟุ้งความรู้สึกของประชาชน ท่ามกลางที่นักการเมืองสังกัดพรรคบางคน ถูกมองกันว่าอยู่เบื้องหลังหลายคนส่อตายสุกดิบรอด“นรก” นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันครึกโครมหนาหูยิ่งทีเดียว ...ต้องยอมรับว่า สว.ชุดนี้ปัจจุบันมาจากรัฐธรรมนูญที่คนเขียนคนคิดกำหนดขึ้นมาตามคนมีอำนาจขณะนั้นสั่งการ เพื่อจะได้ใช้เป็นเครื่องมือหนุนส่งให้ตัวเองมีอำนาจเสพสุขอยู่ในตำแหน่งสืบต่อยาวนาน แม้บทบาทนั้นวันนี้จะหมดไป แต่เมื่อ“ต้นไม้เป็นพิษ ผลไม้ก็ย่อมเป็นพิษ”ปฎิเสธคำเปรียบเทียบนี้ไม่ได้เลยเช่นกัน ...แน่นอน สว.ที่เลือกกันเข้ามาใหม่ตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เกิดจากเจตนาตรงไปตรงมาของประชาชน ถึงแม้จะมีการประชาพิจารณ์ก็ตาม แต่ทว่าเป็นการประชาพิจารณ์เสมือนประชาชนถูกมัดมือชก และท่ามกลางความพิลึกกึกกือ การได้มาของ สว.ก็สุดพิสดาร ทำให้ การมีอยู่ของ สว.บางคนแทบไร้สมอง การอภิปรายการพูดการอธิบายกลางสภาฯต้องมีเพื่อนกระซิบสอนกันไม่ต่างจากการแปลภาษาสุดค้านหัวใจชาวประชา ดังนั้นถ้าประชาชนเลือกตั้ง สว.โดยตรงไม่ได้ หรือ สว.ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือเกมการเมืองของใครบางกลุ่มบางพรรค สว.ก็ไม่ควรมีอีกต่อไปให้อับอายขายขี้หน้ามากกว่านี้...ที่สำคัญถ้าไม่มี สว.ชาติบ้านเมืองก็จะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินไปได้ปีละไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณก้อนนี้เอามาบริหารจัดการสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจะทรงคุณค่ากว่าเป็นไหนๆ นี่คือเสียงพูดของประชาชน ที่เขาบอกว่าการประชาพิจารณ์นั้นแค่การสุ่มประชาชนให้ยอมรับเพื่อเป็นข้ออ้างเท่านั้น...ปิดท้ายด้วยเสียงขู่ฟ่อของ“บีอาร์เอ็น” กลุ่มกองโจรไร้ศักดิ์ศรีที่อาศัยแผ่นดินมาเลเซียเลี้ยงชีวิตอยู่วันนี้ว่า ถ้ารัฐบาลไทยไม่ตกลงเรื่องแบ่งเฉือนดินแดน หรือไม่ยอมรับการปกครองตนเองของกลุ่มก็จะก่อวินาศกรรมต่อไป ซึ่งเป็นการพูดจาสุดทุเรศอย่างมาก(มีต่อ)
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

