คลินิกสิ่งแวดล้อม
21 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 น.

คลินิกสิ่งแวดล้อม
ทำความรู้จัก พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ
หลังจากกรณีกราดยิงในโรงเรียนและกรณียิงในหน่วยงานราชการจังหวัดนนทบุรี รัฐเร่งออกมาตราการควบคุมอาวุธปืนและอาชญากรรมอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากผู้รู้ นักวิชาการ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างวงเป็นวงกว้าง ว่าการที่รัฐออกมาตราการควบคุมอาวุธปืนที่มีทะเบียนนั้นจะเป็นการดำเนินนโยบายที่แก้ปัญหาอาชญากรรมหรือปืนเถื่อนได้จริงหรือไม่
ในประเทศไทยมีกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมอาวุธปืนคือ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ควบคุม อาวุธปืนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การนำเข้า การจำหน่าย การขอใบอนุญาต รวมถึงสิ่งเทียมอาวุธปืน ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติความรับผิดเป็นโทษในทางอาญา แม้จะเป็นกฎหมายเก่ามีอายุกว่า 79 ปี แต่ได้กำหนดอัตราโทษจำคุกไว้สูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเกือบจะเป็นอัตราโทษทางอาญาที่สูงที่สุดในระบบกฎหมายไทย ซึ่งมาตรการรวมถึงบทกำหนดโทษที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ถือว่ามีมาตรการที่รัดกุมและมีอัตราโทษที่สูงพอสมควร
ซึ่งเมื่อพูดถึงพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แล้วผู้เขียนขอกล่าวถึงประมวลกฎหมายอาญามาตราหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ควบคู่กัน โดยเฉพาะในกรณีวัตถุประสงค์ของการมีและใช้อาวุธปืนตามวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของผู้ครอบครองอาวุธปืนคือประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับสิทธิการป้องกันตัวของบุคคลกำหนดไว้ทั้งในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
นอกจากนี้ในการรับโทษกรณีที่ได้ลงมือกระทำไปเกินกว่าเหตุ มาตรา 69 ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 และมาตรา 68 นั้น ถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้
นอกจากนี้สิทธิในการป้องกันนอกจะบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ยังวางหลักไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเป็นคดีเหตุการณ์ยิงคนร้ายในบ้านจึงเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมและเป็นกระบวนการทางศาลเท่านั้น ใน
การพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยที่อ้างสิทธิ์ป้องกันตัวในแต่ละคดีนั้น กระทำไปสมควรแก่เหตุหรือไม่ และผู้กระทำก็ต้องรับโทษอาญาให้เหมาะสมแก่ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
จากการที่ได้เคยสอบถามจำเลยที่ถูกจับข้อหาพกพานั้น แท้จริงไม่ใครมีใครอยากทำผิดกฎหมาย แต่บางครั้งชีวิตต้องตกอยู่ในความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นกรณีบ้านหรือที่พักอาศัยอยู่ในสถานที่เปลี่ยวมีอาชญากรรมเยอะ หรือมีเหตุจำเป็นต้องนำพาเงินหรือทรัพย์สินจำนวนมากเพื่อไปทำธุระหรือแม้กระทั่งเพื่อปกป้องบุคคลในครอบครัวในบางกรณี ซึ่งพวกเขาเชื่อว่ารัฐไม่สามารถคุ้มครองหรือช่วยเหลือพวกเขาในเวลานาทีฉุกเฉินได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำพาอาวุธปืนไปในบางครั้ง
ซึ่งการมีมาตรการควบคุมอาวุธปืนนั้นหากได้มีการแก้ปัญหาเรื่องอาชญากรรมควบคู่กันไป และเห็นผลเป็นรูปธรรม เชื่อว่าประชาชนคงจะไว้ใจและละเมิดกฎหมายพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 น้อยลง
นอกจากการแก้ปัญหาอาชญากรรมแล้ว ทางออกในการแก้ปัญหาอาวุธปืนที่รัฐควรจะกำหนดเช่นกำหนดชั่วโมงในการอบรม เหมือนอบรมใบขับขี่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักความปลอดภัย และสร้างmindset เกี่ยวกับอาวุธปืนที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ครอบครอง รวมถึงคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองให้เหมาะสม ซึ่งการที่รัฐไม่ดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหนัก หรือสร้างระเบียบหรือมาตรการที่เหมาะสมในลักษณะที่ไม่ริดรอนหรือกระทบสิทธิ์ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญก่อนนั้น จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบในทางปกครองและอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

