ซุบซิบกทม.:23 กันยายน 2569

ซุบซิบกทม.
กรมการแพทย์บอกว่า คนไข้ฉุกเฉินนับจากนี้ไปสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลภายใน72ชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตามระเบียบของ“ยูเซฟ” หากโรงพยาบาลใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา แน่นอนตรงนี้ประชาชนฟังแล้วชื่นใจ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าขอบเขตของคำว่า“ฉุกเฉิน”นั้นทำไมไม่กำหนดให้ชัดเจนระดับไหนใกล้ตายหรือไม่ใกล้ตาย หรือมีกรณีอาการอะไรบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นแพทย์หัวหมอที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่องค์กรตีความหมาย“ฉุกเฉิน”เป็น“ไม่ฉุกเฉิน”ได้ สุดท้ายปฎิเสธการรักษา ประเด็นดังกล่าวนี้เกิดมาตลอด เพราะโครงการ“ยูเซฟ”มีมานานแล้ว แต่กรมการแพทย์เองนั่นละไม่ยอมพูดออกมาให้เสียงดังและศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงแค่แพทย์บางโรงพยาบาลเท่านั้นที่อัดคลิปออกบอกเล่าทางโซเซียล และแพทย์น้อยใหญ่ก็ทราบชัดว่ามีมานานแล้ว แต่ไม่ยอมพูดและปฏิบัติกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นสืบเนื่องจากผลประโยชน์ของการรักษาที่ขาดจรรยาบรรณ ...ดังนั้นเมื่อข่าวนี้ออกมาจากกรมการแพทย์ กรมการแพทย์ก็ควรทำประชาสัมพันธ์ แสดงออกถึงความตั้งใจจริง ไม่ใช่พูดไปแล้วทำไม่ได้ และหากถ้าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่ยอมรับคนป่วยฉุกเฉิน หรือตีความหมายฉุกเฉินเป็นไม่ฉุกเฉินตรงนี้ทางกรมการแพทย์จะทำอย่างไร ...แน่นอนเรื่องนี้มีประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เขาป่วยฉุกเฉินไปใช้สิทธิ“ยูเซฟ” ปรากฎว่าส่วนใหญ่ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกัน โรงพยาบาลปฎิเสธหน้าด้านๆ...ต่อไปนี้ถ้าโรงพยาบาลไหนบังอาจตีความฉุกเฉินเป็นไม่ฉุกเฉิน เมื่อสืบทราบชัดเจนว่าโรงพยาบาลนั้นกระทำผิดจริง โทษสถานเดียวที่โรงพยาบาลต้องปฎิบัติคือ ถ้าถึงขั้นปิดโรงพยาบาลควรบอกว่าปิดกี่วันกี่เดือน กรมการแพทย์ต้องพูดเสียให้ชัด อย่าสักแต่หลับหูหลับตาคุยหวังจะสร้างภาพให้ดูดีอย่างเดียว เพราะหากทางกรมการแพทย์เข้มแข็งเด็ดขาด ประชาชนคนป่วยฉุกเฉินจะได้อุ่นใจ...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

