เร่งเครื่อง‘ตั๋วร่วม’ พ.ย.ชงครม.ชดเชย5,800ล้าน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 4/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ.2568 ได้ข้อสรุปและกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติแล้ว เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนองบกลางขอรับการจัดสรรงบประมาณชดเชย 5,000-5,800 ล้านบาท เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยรัฐบาลยืนยันว่าสามารถเริ่มใช้มาตรการราคาค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสาย ได้พร้อมกันทุกสายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
“มาตรการดังกล่าวถือเป็นนโยบายระยะสั้น มุ่งเน้นลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ภาครัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงเงื่อนไข หรือกลไกสัมปทานเดิม ของผู้ให้บริการเอกชนแต่อย่างใดในด้านงบประมาณ” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการดำเนินมาตรการราคาค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสาย รัฐบาลจะกำหนดให้ประชาชนผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารในราคาเต็มไปก่อน จากนั้นรัฐจะดำเนินการโอนเงินส่วนต่างคืนให้แก่ประชาชนในภายหลังผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งการเลือกคืนเงินผ่านแอปฯเป๋าตัง เพื่อจำกัดสิทธิ์ความช่วยเหลือเฉพาะคนไทยเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการชาวต่างชาติจะไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดในมาตรการนี้
ขณะที่การจัดทำระบบชำระเงินและระบบโอนเงินส่วนต่างคืน เบื้องต้นต้องหารือกับบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้ระบบดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1.กรณีการผูกบัตร EMV (บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ Europay , Mastercard and Visa) ทุกประเภทเชื่อมต่อกับแอปฯเป๋าตัง โดยปัจจุบันพบว่ามีข้อมูลบัตรบางส่วนถูกนำเข้าและเชื่อมต่ออยู่ในระบบแอปฯเป๋าตังอยู่แล้ว แต่ยังมีส่วนที่เป็นบัตรเครดิตทั่วไปที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อ จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาระบบเพื่อนำบัตรเครดิต EMV เหล่านี้เข้ามาผูกเข้ากับระบบแอปฯเป๋าตังให้ครอบคลุมทั้งหมด
2.กรณีการผูกบัตรแรบบิท (Rabbit Card) เชื่อมต่อกับแอปฯเป๋าตัง ซึ่งต้องเจรจาร่วมกันว่าสามารถนำระบบบัตรแรบบิทเข้ามาผูกและเชื่อมต่อกับแอปฯเป๋าตังได้หรือไม่
“การดำเนินการในทั้ง 2 กรณีจะเป็นมาตรการระยะสั้นที่จะใช้ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน-1 ปี เนื่องจากเป้าหมายสุดท้ายของโครงการคือการปรับเปลี่ยนระบบหัวอ่านของรถไฟฟ้าทั้งหมดให้เป็นระบบ EMV อย่างสมบูรณ์” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผลการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า เช่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ขณะนี้ได้มีการเจรจาร่วมกันแล้ว ซึ่งทางเอกชนไม่มีข้อขัดแย้งหรือปัญหาใดๆ เนื่องจากมาตรการนี้ไม่ได้เป็นการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาเดิม โดยเอกชนยังคงได้รับรายได้ตามเงื่อนไขสัมปทานตามปกติ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหลังจากดำเนินมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย รวมถึงสภาพความเป็นจริงทางธุรกิจ ในประเด็นนี้จะมีการนำตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงมาเจรจาหารือร่วมกับเอกชนผู้รับสัมปทานอีกครั้งในภายหลัง ส่วนการพัฒนาระบบตั๋วร่วมเต็มรูปแบบที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ เช่น รถโดยสารสาธารณะ จะถูกนำไปพิจารณาเป็นแผนงานในระยะต่อไป
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า กระทรวงคมนาคม จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย ในเดือนธันวาคม 2569 ประชาชนจะต้องนำบัตรเครดิต/เดบิต EMV หรือบัตร Rabbit Card ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตัง พร้อมกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันการรับสิทธิ์และช่องทางการรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารที่จะคืนให้กับประชาชนโดยตรงผ่านแอปฯเป๋าตัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

