มาตรฐานแย่กว่า ยุคบิ๊กตู่!! โรม โวยแหลก รัฐบาลอนุทิน บีบเวลาซักฟอก ย้ำธงจ้อ 5 วัน ลั่นอย่ามาบังคับเอาตามสะดวก

โรม โวยแหลก รัฐบาลอนุทิน บีบเวลาอภิปรายซักฟอก มาตรฐานแย่กว่า ยุคบิ๊กตู่ ย้ำธงจ้อ 5 วัน ลั่นอย่ามาบังคับเอาตามสะดวก ฝ่ายบริหาร เมินเคารพซีก นิติบัญญัติ โนคอมเมนต์ปม ไอซ์ รักชนก โพสต์เลิกบูชาตัวบุคคล ชี้ใครได้ประโยชน์-เบี่ยงประเด็นหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในการเคาะกรอบเวลาว่า ใกล้แล้ว และวันนี้จะมีการประชุมกัน เราคงได้เห็นความพยายามของฝ่ายรัฐบาล ในการบีบเวลาฝ่ายค้าน และบีบให้ฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรื่องธีม ไม่ต้องห่วง ก็จะทันต่อสถานการณ์ ไม่ต้องรีบ เพราะเรายังคงมีเวลาในเรื่องนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สามารถเลื่อนไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วเรายืนยันมาแต่ต้น ว่า ควรจะเป็น 5 วัน เพราะรัฐมนตรีที่เราจะอภิปรายเยอะตั้ง 18 คน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายตั้ง 11 คน เราได้เวลาอย่างน้อย 4 วัน และตอนนี้ให้เวลาเรา 3 วัน ตนเองไม่รู้ว่าเอาอะไรคิด ตนไม่นึกเลยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ จะมีมาตรฐานที่แย่กว่า ผู้นำที่มีที่มามาจากการรัฐประหารด้วยซ้ำ วันนี้ต้องกลับมาตั้งคำถาม ว่าทำไมถึงพยายามบีบเวลาให้เวลาฝ่ายค้านน้อย
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่นั้น จะมานัดประชุมวันนี้บีบเอา 3 วันแล้วเอาสัปดาห์หน้าเลย ทำแบบนี้อ้าปากมาก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ว่ามีความพยายามทำให้ฝ่ายค้าน ไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรายืนเวลา 5 วัน หากจะมีการปรับหลังจากนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถพลิก ดีดนิ้ว เคลียร์ทุกอย่างได้ เราต้องไปบริหารใหม่ เราต้องคุยกับฝ่ายค้าน และพรรคร่วมใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเราใช้เวลา
เมื่อถามว่าวันนี้จะได้ข้อสรุปหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเองก็ภาวนาให้ได้คำตอบ แต่คงต้องไปดูว่า คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่ตนเองมีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกมาก ว่าการเจรจาทั้งหมด เรามีตัวแทนของคณะรัฐมนตรี คือนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคือหนึ่งในคนที่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และก็มาเจรจาเรื่องเวลากับเรา ดังนั้น มองว่าเป็นการเจรจาให้ได้อภิปรายตัวเองน้อย ๆ หรือไม่ จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ถึงผลประโยชน์ได้เสีย เพราะนี่คือการเจรจาเพื่อตัวเองใช่หรือไม่ คิดว่าเรื่องนี้มีปัญหาหลายส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่ความเหมาะสมของผู้เจรจาด้วย ยังไม่นับว่า จริง ๆ แล้วครม.จะไปมีมติหรือตกลงกับสภาได้อย่างไร มีแต่สภาคุยให้จบ แล้วไปถามครม. อันนี้เอามติ ครม.มาบังคับสภา กลับหัวกลับหางกัน
“สส.ของพรรคภูมิใจไทยอาจจะลืมไปว่า ตัวเอง ไม่ใช่แค่ สส. ของรัฐบาล แต่เป็น สส. ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องเคารพญัตติของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ต้องให้ความเคารพกันแบบนี้ และคุยกันให้เข้าใจก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาบังคับเอาความสะดวกของฝ่ายบริหาร มากำหนดเรื่องการตรวจสอบของฝ่ายค้าน หรือในสภาฯ” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามได้จัดขุนพลในการอภิปรายฯไว้กี่คน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งรีบเลย เดี๋ยวเขาจะยิ่งบีบเวลา
เมื่อถามถึงกรณีน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาวิจารณ์ในพรรคประชาชนว่าเลิกบูชาตัวบุคคลแล้ว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า น่าจะเป็นการปล่อยข่าวหรือไม่ โพสต์ของน.ส.รักชนก ตนเองไม่ขอวิจารณ์เรื่องเนื้อหาสาระ แต่โพสต์ไปสักพักแล้ว คำถามคือใครได้ประโยชน์ในเวลานี้ ใช่การเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

