ต๊ะ นารากร ชำแหละต้นตอหายนะทีวีไทย จากประมูลดิจิทัลถึงยุคเฟซบุ๊กไลฟ์ พร้อมทิ้งคำถามถึง กสทช.

“ต๊ะ นารากร ติยายน” อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ย้อนรอยจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการโทรทัศน์ไทย ตั้งแต่การประมูลทีวีดิจิทัลในปี 2557 การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการออกอากาศ ไปจนถึงการเข้ามาของเฟซบุ๊กไลฟ์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเผยแพร่เนื้อหาได้ด้วยตัวเอง
โดยข้อความระบุว่า "ความหายนะของวงการทีวีเริ่มต้นเมื่อปี 2557 เมื่อกสทช.(ยุคนั้น)เปิดประมูลทีวีดิจิตอล 26 ช่อง มีขาใหญ่ในวงการเข้าร่วมประมูลมากมาย ทั้งเจ้าของช่องเดิม และผู้ผลิตรายการที่อยากเป็นเจ้าของสถานีเอง วันนั้นทุกคนคาดหวังเค้กก้อนใหญ่ โดยลืมคิดไปว่าเค้กมีก้อนเดียวแต่ต้องตัดแบ่งเพิ่มขึ้น
ตอนนั้นฉันจัดรายการประเด็นเด็ดเจ็ดสี และอ่านข่าวภาคค่ำอยู่ที่ช่อง 7 เป็นรายการที่เรตติ้งและรายได้ดีมาก เป็นอันดับต้นๆ ของรายการข่าวยุคนั้น
เงื่อนไขหนึ่งของการประมูลที่กสทช.ตั้งไว้คือ ทีวีดิจิตอลทุกช่องต้องมีรายการข่าว 20% (ยกเว้นช่องข่าวต้องมีมากกว่า) แกรมมี่ซึ่งประมูลมาได้ 2 ช่องคือ ช่อง 25 SD (GMM25) และช่อง 31 HD (one31) ไม่มีคนทำข่าวได้เพราะเป็นบริษัทที่ทำเรื่องบันเทิงเป็นหลัก จึงต้องหาคนสร้างฝ่ายข่าวให้
ฉันจึงได้รับเทียบเชิญจากคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ให้ไปคุยและมอบหมายภารกิจสร้างฝ่ายข่าวให้แกรมมี่ (รายละเอียดขอข้ามไปนะ มันยาวมาก) สุดท้ายก็สำเร็จ วันเปิดสถานี 2 กรกฎาคม 2557 รายการแรกของสถานีคือรายการ “ข่าวรอบวัน”
ตอนนั้นทุกอย่างเร่งรัดและฉุกละหุกมาก แกรมมี่ต้องทุบห้องประชุมใหญ่ชั้น 11 ทิ้ง เพื่อสร้างเป็นฉากของรายการข่าว ที่เห็นในรูปนี้คือฉากแรกของช่องone 31 ซึ่งตอนนี้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว เพราะมีการสร้างสตูดิโออยู่ด้านหลังตึกแกรมมี่ในเวลาต่อมา
เคราะห์มาซ้ำเมื่อ คสช.ยุคนั้น บังคับให้ช่วงเวลา 18.00 น. ทีวีทุกช่องต้องถ่ายทอดรายการของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถขายเวลาในช่วงนั้นได้ ทั้งๆที่เวลา 18.00 น. คือช่วงที่เข้าสู่เวลา primetime ของโทรทัศน์
ในปี 2558 เฟสบุคเริ่มให้บริการ Facebook Live ทำให้ใครๆ ก็สามารถถ่ายทอดเนื้อหาของตัวเองได้ จุดนี้คือ Disruption เกิดความshipหายวายป่วง กระทบเป็นลูกโซ่มาตลอด 12 ปี
มาถึงวันนี้ กสทช.ชุดนี้จะนำพาวงการทีวีไทยไปทางไหนเป็นคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบเลย"

