หมอเบ็นซ์แจงชัด 'แก้วจุรี' ไม่กลืนพันธุ์ไทย ชี้ผลลัพธ์ผสมแล้วเมล็ดเป็นหมัน

"หมอเบ็นซ์" สยบดราม่ากะเพรา "แก้วจุรี" กลืนพันธุ์พื้นเมือง ชี้ผสมข้ามสายพันธุ์แล้วเป็นหมัน ย้ำสังคมควรจับตาเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ตามกฎหมาย
จากกรณีที่มีความกังวลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า การเปิดตัวกะเพราสายพันธุ์ใหม่จะส่งผลกระทบและกลืนกินกะเพราพันธุ์พื้นเมืองของไทยจนสูญพันธุ์ ล่าสุด นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย หรือที่เรารู้จักกันว่า "หมอเบ็นซ์ มาสเตอร์พีช" ได้โพสต์คลิปวิดีโออธิบายข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และข้อกฎหมายเพื่อไขข้อข้องใจในประเด็นดังกล่าว
หมอเบ็นซ์ระบุว่า โอกาสที่กะเพราพันธุ์พื้นเมืองจะสูญหายไปเพราะถูกดีเอ็นเอของกะเพราสายพันธุ์ "แก้วจุรี" ปะปนนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เนื่องจากกะเพราพื้นเมืองของไทยมีโครโมโซม 18 คู่ (36 ตัว) ในขณะที่แก้วจุรีมีโครโมโซมมากกว่าถึง 2 เท่า คือ 72 ตัว ตามหลักพันธุศาสตร์เมื่อเกสรและไข่ผสมกันจะดึงโครโมโซมมาอย่างละครึ่ง การผสมข้ามสายพันธุ์จึงทำให้ได้โครโมโซม 54 ตัว (36 จากแก้วจุรี และ 18 จากพันธุ์พื้นเมือง) ผลลัพธ์ที่ได้คือเมล็ดจะออกมาเป็นหมันและฝ่อลง ทำให้ไม่สามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้ ซึ่งเป็นกลไกที่นักวิจัยได้วางแผนและคำนึงถึงมาแล้ว
นอกจากนี้ หมอเบ็นซ์ยังชี้ให้เห็นว่าประเด็นสำคัญที่แท้จริงซึ่งสังคมควรให้ความสนใจ คือข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช มาตรา 19 ที่กำหนดไว้ว่า ผู้ใดที่นำพืชพันธุ์พื้นเมืองหรือพืชป่ามาปรับปรุงพันธุ์เพื่อการค้า จะต้องทำสัญญาแบ่งปันผลประโยชน์ โดยนำส่งรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชเพื่อคืนกลับสู่สังคม
ในตอนท้าย หมอเบ็นซ์ได้ฝากข้อคิดว่าการตรวจสอบการแบ่งปันผลประโยชน์นี้คือหัวใจสำคัญ แต่ด้วยสเกลของบริษัทผู้พัฒนาซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีทีมกฎหมายที่รัดกุม จึงเชื่อว่าไม่น่าจะพลาดในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าว
@dr.benz_masterpiece กะเพราแก้วจุรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

