โรบินสันอัดงบ 4,000 ล้าน ปี 70 ปักธงหัวเมือง สวนเศรษฐกิจซบ ทราฟฟิกต่างจังหวัดโตทะลุเป้า 10%

ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผู้บริโภครัดเข็มขัดแน่นขึ้น ศูนย์การค้าในต่างจังหวัดกลับกลายเป็นสนามที่ยังมีแรงขับเคลื่อน ล่าสุด “โรบินสัน” ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศเตรียมงบลงทุนราว 4,000 ล้านบาทในปี 2570 เพื่อเปิดสาขาใหม่และยกเครื่องสาขาเดิมต่อเนื่อง หลังพบว่าจำนวนผู้ใช้บริการในสาขาต่างจังหวัดเติบโตราว 10%
นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ภาพว่ากำลังซื้อในปัจจุบันไม่ได้หายไป แต่ผู้บริโภคเลือกใช้เงินอย่างมีเหตุผลมากขึ้น โดยจ่ายให้กับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ซึ่งบริษัทรับมือด้วยการปรับสินค้า บริการ และกิจกรรมให้เข้ากับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ รวมถึงใช้กลยุทธ์การตลาดเฉพาะถิ่น (Localized Marketing) ดึงคนเข้าศูนย์ ผลที่ตามมาคือรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ขยับขึ้นราว 11% แม้บริษัทจะไม่สามารถแยกตัวเลขรายได้ของโรบินสันออกจากภาพรวมเซ็นทรัล รีเทลได้ชัดเจน
ขณะที่แนวโน้มช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ถูกประเมินว่ายังเป็นบวก โดยเฉพาะธุรกิจให้เช่าพื้นที่ที่มีทิศทางดีกว่าค้าปลีกหน้าร้านปัจจุบันโรบินสันมีเครือข่าย 46 สาขาใน 38 จังหวัด พื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 350,000 คนต่อวัน และมีอัตราการต่อสัญญาของร้านค้าเดิมเกิน 90% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของคู่ค้าในระยะยาว ทิศทางต่อจากนี้บริษัทวางยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด Complete Retail Ecosystem แบ่งพอร์ตออกเป็น 3 โมเดล ได้แก่ โรบินสัน ในฐานะศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า, Ploen คอมมูนิตี้มอลล์ที่ผูกกับวิถีชีวิตคนในชุมชน และ Riva ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ผสมผสานการชอปปิง การพักผ่อน และเวลเนสเข้าด้วยกันหมุดหมายใหญ่ของปี 2570 คือ “โรบินสัน หนองคาย” มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท บนที่ดิน 33 ไร่ รวมร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ กำหนดเปิดในไตรมาส 3 ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าเกือบ 40%
บริษัทมองว่าหนองคายเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมไทย สปป.ลาว และจีน ศูนย์การค้าในเมืองชายแดนจึงมีโอกาสดึงลูกค้าได้ทั้งสองฝั่งโขง รวมถึงนักท่องเที่ยวและกลุ่มที่เดินทางเพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามแดน ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทยังวางแผนเปิดโรบินสันในต่างจังหวัดเพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2571 และ 2572 พร้อมทยอยปรับแบรนด์ Tops Plaza ที่เหลืออยู่ 3 สาขา โดย Tops Plaza พะเยาจะเปลี่ยนเป็นโรบินสัน พะเยาในปี 2570 ตามด้วยการพิจารณาปรับสาขาพิจิตร ส่วนสาขาที่เหมาะกับตลาดระดับอำเภออย่าง Tops Plaza หนองคาย จะยังคงชื่อเดิมในเวลาเดียวกัน “Ploen รังสิต” จะเปิดตัวในไตรมาส 3 ปี 2570 เช่นกัน ด้วยมูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท พื้นที่อาคารรวม 16,000 ตารางเมตร ร้านค้ากว่า 70 ร้าน
โดยส่วนคอมมูนิตี้มอลล์ใช้พื้นที่ 24 ไร่ จากมาสเตอร์แพลนที่ดินทั้งหมดกว่า 322 ไร่ ทำเลเชื่อมถนนรังสิต-นครนายกและถนนวงแหวนรอบนอก มีประชากรแวดล้อมราว 879,000 คน รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยประมาณ 39,646 บาทต่อเดือน ที่น่าจับตาคือในระยะยาว บริษัทเปิดช่องพัฒนาที่ดินผืนใหญ่นี้ร่วมกับพันธมิตรเป็นโครงการ Mixed-use ครอบคลุมทั้งค้าปลีก กีฬา สุขภาพและเวลเนส ไปจนถึงที่อยู่อาศัย ขณะที่โมเดล Riva มีแผนประเดิม Riva รามคำแหงในปี 2571อีกขาหนึ่งของการลงทุนคือการรีโนเวตสาขาเดิม ซึ่งช่วงปี 2568-2569 บริษัทใช้งบกว่า 1,000 ล้านบาทปรับปรุงไปแล้ว 11 สาขา กรณีตัวอย่างคือโรบินสัน สมุทรปราการ ที่ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เติมร้านค้าใหม่กว่า 250 แบรนด์ จนจำนวนผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นถึง 30% สำหรับปี 2570 จะเดินหน้ารีโนเวตอีก 7 สาขา ได้แก่ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพชรบุรี ราชพฤกษ์ ปราจีนบุรี สกลนคร และพะเยา ก่อนต่อด้วยอีก 12 สาขาในปี 2571-2572 รวม 19 สาขา และตั้งเป้าให้ทุกสาขาได้รับการปรับโฉมครบภายในปี 2573
ภายใต้แนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” ที่ร้อยเรียงประสบการณ์ 6 ด้าน คือ อาหาร แฟชั่น บ้านและเทคโนโลยี สุขภาพและเวลเนส เด็กและการศึกษา และความบันเทิง เพื่อให้ห้างเป็นมากกว่าที่ซื้อของ แต่เป็นจุดหมายที่ผู้คนมีเหตุผลจะแวะมาใช้ชีวิตอย่างไรก็ดี ผู้บริหารยอมรับว่ายังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงทั้งจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ที่อาจกระทบกำลังซื้อ โดยพร้อมปรับแผนลงทุนและการตลาดอย่างยืดหยุ่น และหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบธุรกิจ อาจพิจารณาเลื่อนการเปิดโครงการออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ หากแผนทั้งหมดเดินหน้าได้ครบ พื้นที่รวมของโรบินสันจะขยายตัวราว 30% จากกว่า 1 ล้านตารางเมตร เป็นประมาณ 1.3 ล้านตารางเมตร ตอกย้ำเดิมพันระยะยาวที่ฝากอนาคตไว้กับหัวเมืองต่างจังหวัด ในวันที่ตลาดค้าปลีกเมืองหลวงเริ่มอิ่มตัว

