ผอ.JIC ชวนคนไทย จัดกระเป๋ามหัศจรรย์ 72 ชั่วโมง ย้ำไม่ใช่เตรียมหนีสงคราม แต่พร้อมรับทุกวิกฤต

6 พฤศจิกายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) แนะนำแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินผ่านแนวคิด “กระเป๋ามหัศจรรย์ 72 ชั่วโมง” ย้ำว่าไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่อหนีสงคราม แต่เป็นการเตรียมความพร้อมในการดำรงชีวิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ทั้งไฟฟ้าดับ ระบบสื่อสาร และอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ระบบธนาคารใช้งานไม่ได้ น้ำท่วมฉับพลัน สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ตลอดจนกรณีสมาชิกในครอบครัวเจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ตามปกติ
พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การตั้งคำถามว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมหากเกิดขึ้นจริง โดยอยากเชิญชวนประชาชนปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากความหวาดกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น มาเป็นการตั้งคำถามว่า “หากเกิดขึ้นแล้ว เราจะทำอย่างไร” หรือ WHAT IF? สู่ WHAT NEXT? เป็นการเตรียมพร้อมอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และไม่ตื่นตูม
สำหรับสิ่งของจำเป็นในกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ประกอบด้วย
1.น้ำดื่มและอาหารพร้อมรับประทาน โดยจัดเตรียมให้เหมาะสมกับการอพยพและมีสำรองเพิ่มเติมที่บ้าน
2.ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว
3.เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน และของใช้จำเป็น
4.ไฟฉาย วิทยุใช้ถ่าน พาวเวอร์แบงก์ และสายชาร์จ
5.เงินสดย่อย สำเนาเอกสารสำคัญ และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่จดบันทึกไว้บนกระดาษ
และ 6.อุปกรณ์สุขอนามัย หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู และถุงขยะ พร้อมทั้งไม่ลืมจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม การมีกระเป๋าฉุกเฉินเพียงใบเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ควรเตรียมความพร้อมภายในบ้านควบคู่กัน โดยสำรองน้ำ อาหาร ยา และสิ่งจำเป็นให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง วางแผนการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัวกรณีโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้ กำหนดเส้นทางอพยพและจุดนัดพบ รวมถึงติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ส่วนครอบครัวที่มีผู้ป่วยต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า ควรวางแผนระบบไฟฟ้าสำรองเป็นกรณีพิเศษ
พล.อ.อ.ประภาส ยังเสนอแนวคิด “1 บ้าน 1 กระเป๋ามหัศจรรย์ 72 ชั่วโมง” โดยไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพงหรือกักตุนสิ่งของจนส่งผลกระทบต่อผู้อื่น แต่สามารถเริ่มต้นจากสิ่งของที่มีอยู่แล้วภายในบ้าน นำมาจัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบ หยิบใช้งานได้สะดวก และตรวจสอบความพร้อมทุก 6 เดือน พร้อมตั้งคำถามชวนคิด 3 ข้อ ได้แก่ หากคืนนี้ไฟฟ้าดับและอินเทอร์เน็ตล่ม จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้กี่วัน หากต้องออกจากบ้านภายใน 10 นาที จะหยิบสิ่งของใดติดตัวไป และวันนี้ครอบครัวมีกระเป๋าฉุกเฉินพร้อมแล้วหรือยัง
ทั้งนี้ ย้ำว่าการเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะสถานการณ์สงคราม แต่ครอบคลุมถึงภัยธรรมชาติ น้ำท่วม พายุ ไฟไหม้ ภัยไซเบอร์ โรคระบาด และเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ เพราะความมั่นคงของชาติไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะจากกองทัพหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่เริ่มจากประชาชนที่มีความพร้อมในทุกครัวเรือน ภายใต้แนวคิด “Preparedness is not Panic” การเตรียมพร้อมไม่ใช่ความตื่นตระหนก ไม่ประมาท ไม่สร้างข่าวลือ แต่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เพราะแม้เราไม่สามารถล่วงรู้อะไรในอนาคตได้ทั้งหมด แต่สามารถเริ่มต้นเตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่วันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

