ส่องเมืองอัจฉริยะ ‘ดีป้า’เปิด3อันดับคะแนนสูงสุด

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ depa มีภารกิจสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมถึงจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Thailand Smart City Competitiveness Index (TSCCI))
ดร.ศุภกร กล่าวว่า การจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 จาก 36 เมืองใน 25 จังหวัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้า รวมถึงอุปสรรคของการพัฒนาเมือง สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมือง ก่อให้เกิดการแข่งขันเชิงบวกในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเปิดโอกาสให้เมืองนำเสนอแผนการจัดทำเมืองอัจฉริยะ และวิธีการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งสร้างความสำเร็จและชื่อเสียงในระดับท้องถิ่นและระดับสากล
ดร.ศุภกร ระบุว่า ดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย จะพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วย 1.การกำหนดวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และลักษณะของเมืองอัจฉริยะ 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งกายภาพและดิจิทัล 3.การพัฒนาระบบข้อมู
ลและความปลอดภัย 4.ระบบเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน และ 5.การระบุแนวทางการลงทุนและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
“สำหรับเมืองอัจฉริยะที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 3 อันดับแรกของปี 2568 ได้แก่ เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ได้รับคะแนน 86.01% , ยะลาเมืองอัจฉริยะ จ.ยะลา ได้รับคะแนน 75.07% และสามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร ได้รับคะแนน 74.14% ซึ่งผลการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะขึ้นอยู่กับข้อมูลการประเมินตนเองและการรายงานผลที่ได้รับจากผู้พัฒนาเมือง” ดร.ศุภกร กล่าว
ดร.ศุภกร กล่าวว่า รายงานดังกล่าวถือเป็นการสร้างระบบวัดและประเมินผล เพื่อให้สามารถติดตามและปรับปรุงการดำเนินงานให้เมืองพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม สนับสนุนการเชื่อมโยงและความร่วมมือข้ามส่วนระหว่างหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ถือเป็นกลไกสำคัญในพัฒนา Mega Program พลิกโฉมประเทศไทย โดยขยายเขตเมืองอัจฉริยะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และให้ความสำคัญกับ City Data Platform โดยนำข้อมูลที่ถูกจัดเก็บมาบริหารเมือง แก้ไขปัญหาตรงจุด ขับเคลื่อนเมืองในทุกมิติผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และสร้างเมืองที่ทันสมัยและยั่งยืน อีกทั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้ประเทศต่อไป
ทั้งนี้ สมาร์ทซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ คือ เมืองที่นำเทคโนโลยี ดิจิทัล และข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง ลดใช้ทรัพยากร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ปลอดภัยและสะดวกสบายอย่างยั่งยืน องค์ประกอบสำคัญแบ่งเป็น 7 ด้านตามแนวทางของ depa คือ 1.Smart Mobility การสัญจรอัจฉริยะ 2.Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ 3.Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 4.Smart Living การดำรงชีวิตอัจฉริยะ 5.Smart People พลเมืองอัจฉริยะ 6.Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ และ 7.สิ่งแวดล้อมSmart Governance การปกครองอัจฉริยะ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทยได้ทาง https://short.depa.or.th/YIeJh

