“ประเสริฐ” รื้อปม “อควาเรียมหอยสังข์” หลังปล่อยร้างมา 18 ปี เตรียมชง ครม. พิจารณาพรุ่งนี้

31 ส.ค.69 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้าง ศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา (อควาเรียมหอยสั่งข์) ภายในวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ 5 จังหวัด (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี)
นายประเสริฐ กล่าวว่า จากการตรวจสภาพ อควาเรียม ซึ่งก่อสร้างมายาวนานและยังไม่แล้วเสร็จ พบว่าอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ติดตั้งไว้ตั้วแต่เริ่มโครงการฯผ่านมานาน 18 ปีแล้ว มีสภาพล้าสมัยและไม่น่าจะสามารถนำกลับมาใช้งานได้ หรือซ่อมแซมเพื่อใช้งานต่อได้แล้ว ส่วนที่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ประโยชน์ต่อคือ โครงสร้างและตัวอาคาร
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นเบื้องต้นว่าจะนำแนวทางแก้ปัญหานี้เข้าสู่การหารือของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม เพื่อศึกษาหาทางออกของโครงการฯ โดยกำหนดกรอบเวลาไว้ประมาณ 90 วัน ก่อนจัดทำข้อเสนอว่าควรพัฒนาโครงการนี้ต่อไปในรูปแบบใด ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของ ครม.ด้วย เบื้องต้นวันนี้ที่ประชุมฯได้เสนอให้ตั้งกรรมการร่วม ประกอบด้วย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง และภาคประชาชน เพื่อให้การตัดสินใจร่วมกัน ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงทั้งข้อกฎหมาย งบประมาณ การบริหารจัดการ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ด้วย
“ที่วิทยาลัยประมงฯ มีพื้นที่มากกว่า 300 ไร่ และมีศักยภาพสูง เนื่องจากตั้งอยู่ในจุดที่มีทัศนียภาพสวยงาม สามารถมองเห็นสะพานติณสูลานนท์ และทะเลสาบสงขลา จึงไม่ควรปล่อยพื้นที่และโครงการนี้ทิ้งร้างต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะฟื้นเป็นอควาเรียมในรูปแบบเดิม หรือจะพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบใหม่ และยังไม่สรุปว่าหน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพแม้ทรัพย์สินปัจจุบันจะอยู่ในความรับผิดชอบของ สอศ.กระทรวงศึกษาธิการก็ตาม“ นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า หนึ่งในข้อเสนอ ของ อบจ.สงขลา คือ หากพัฒนาเฉพาะอควาเรียมอาจไม่เพียงพอ ควรพิจารณาพัฒนาเป็นพื้นที่แบบองค์รวม เชื่อมโยง ศูนย์การเรียนรู้ ระบบนิเวศ แหล่งท่องเที่ยว และห้องประชุม เพื่อสร้างกิจกรรมและรายได้รองรับค่าใช้จ่ายระยะยาว ขณะที่อีกแนวทางหนึ่งเห็นว่าควรให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลต่อ แต่อาจเปิดให้ภาคส่วนอื่นเข้ามาร่วมบริหาร หรือเช่าพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงข้อเสนอและยังไม่ได้ข้อยุติ
ทั้งนี้ โจทย์สำคัญคือเรื่องงบประมาณ เพราะจากการประเมินเบื้องต้น หากจะปรับปรุงโครงการให้กลับมาพร้อมใช้งาน อาจต้องใช้เงินมากกว่า 500 ล้านบาท และมีโอกาสแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน หากเปิดดำเนินการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าบำรุงรักษา และบุคลากรอีกเดือนละหลายล้านบาท จึงจำเป็นต้องหารูปแบบการบริหารที่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
“ตอนนี้เราไม่ต้องการย้อนกลับไปพูดถึงงบประมาณและปัญหาของโครงการเดิมแล้ว ก็ว่าไปตามขบวนการของกฏหมาย แต่ต้องการมองไปข้างหน้าว่าจะนำทรัพย์สินที่มีอยู่กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาและประชาชนชาวสงขลาอย่างไร โดยการเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม. ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว









