แวดวงการเงิน ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569



กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ประมาณ 1.27 ล้านคน…ซึ่งก็เป็นข้าราชการ 14 ประเภท…ในส่วนข้าราชการพลเรือน…มากที่สุดอันดับต้นๆ คือข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ข้าราชการครู ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ปกครอง กลุ่มใหญ่ก็คือ ตำรวจ…!! แต่ไม่น่าเชื่อ 2 ข้าราชการกลุ่มใหญ่ ที่เป็นสมาชิก กบข. ทั้งครูและตำรวจ…เกษียณอายุราชการแล้วกลับไมได้สบายในวัยชราอย่างที่ควรจะเป็นเพราะ “แบกหนี้”ไว้เยอะ…เงินที่ได้จากการออมกับ กบข.แต่ละคนที่ได้เฉลี่ยคนละ 1.5 ล้านบาท…ไม่ได้เอาไว้ใช้ในชีวิตในวันที่ควรได้พักผ่อน…แต่กลับต้องเอาไปใช้หนี้หมด (บางคนใช้หนี้ไม่หมดด้วย)..เงินบำนาญที่ได้ไม่มากเท่าไหร่ บอกเลยไม่พอกับการใช้ชีวิตในยุคนนี้ที่ค่าครองชีพสูงขึ้นๆ ไม่มีพัก….เฉพาะแค่ค่าหมอ ค่ายา…ก็ยังไม่พอจ่ายแล้ว…!!
ข้าราชการเกษียณที่เป็นสมาชิก กบข.หลายรายอยากบริหารจัดการหนี้และอยากจะมีรายได้จากการออมไว้ใช้ด้วย…!! ซึ่งในจุดนี้ก็ดูเหมือนจะตรงใจกับ…ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข. ที่ต้องการให้สมาชิกบริหารเงินหลังเกษียณได้ยืดหยุ่นขึ้น จากเดิมที่เน้นคงเงินออมก้อนเดิมไว้เพื่อออมต่อ มาเป็นแนวทางที่เปิดให้สมาชิกแบ่งการจัดการเงินตามความจำเป็น…โดยเฉพาะสมาชิกที่มีภาระหนี้เยอะๆ สามารถนำเงินออมบางส่วนออกมาใช้หรือชำระหนี้ได้ ขณะที่เงินส่วนที่เหลือยังสามารถคงไว้กับ กบข.เพื่อออมต่อ โดยไม่จำเป็นต้องถอนเงินออกมาทั้งหมด…และเปิดทางให้สมาชิกที่เกษียณแล้วสามารถนำเงินบำนาญที่ได้รับจากกรมบัญชีกลางกลับมาออมกับ กบข.ได้ด้วย…!!
ทั้งนี้ทั้งนั้นจะทำเรื่องพวกนี้ได้ต้องผ่านกระบวนการกฎหมายและผ่านชั้นการพิจารณาหลายชั้น…เริ่มจากเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด กบข.)…ถ้าบอร์ดเห็นชอบก็เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนที่จะไปจบที่กระบวนการสุดท้ายในรัฐสภา(สภาผู้แทนและวุฒิสภา)…แน่นอนว่ากระบวนการเหล่านนี้ใช้เวลาไม่น้อยเลย…แวดวงการเงิน…คิดว่าที่จะเร็วหน่อย ก็น่าจะขั้นแรกคือ บอร์ด กบข….ที่มีคนคลังเป็นเป็นบอร์ดอยู่ 3-4 ท่าน ซ้ำมี…เดอะบั๊ด…ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นั่งเป็นประธานบอร์ด…มี คุณแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง (คนที่ทำหน้าที่จ่ายเงินให้กับข้าราชการ) นั่งอยู่ในบอร์ด…ซึ่งน่าจะเห็นภาพและเข้าใจภาระทางการเงินของข้าราชการไทยเป็นอย่างดี…ส่วนในขั้นตอนของ ครม. ก็มี รมว.คลัง เป็นคนคลังมาก่อน…คงคุยกับ ครม.ได้ไม่ยาก…มีแต่จะลุ้นหน่อยก็ตรง “รัฐสภา”นั่นแหล่ะ…ขอให้สมาชิกขยันๆ ทำงานกันหน่อย…เรื่องนี้ก็เห็นผลทางปฏิบัติได้โดยไม่ยาก…
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**

