ส่อโทษแบน2ปี! 'พิ้งค์'ลุ้นผลตัวอย่างB-กลับไทย25ก.ย.

ความคืบหน้าหลังจากที่ องค์การทดสอบสารต้องห้ามระหว่างประเทศ (ITA) ประกาศว่า “พิ้งค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย ถูกตรวจพบสารต้องห้าม “ฟูโรเซไมด์” (furosemide) ที่มีผลในการขับน้ำออกจากร่างกาย เพื่อลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน จากการตรวจหาสารต้องห้าม เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา
โดยได้แจ้งนักกีฬาว่า ทำผิดข้อบังคับขององค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ทำให้ไม่สามารถแข่งขัน, ซ้อม หรือร่วมกิจกรรมใด ๆ เกี่ยวกับแบดมินตันได้ ระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่กำลังแข่งขันอยู่ ณ ขณะนี้
ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่ากระบวนการหลังจากนี้ จะต้องรอผลการตรวจตัวอย่าง B ขณะเดียวกัน พิ้งค์ มีกำหนดกลับไทย พร้อมคณะแบดมินตันทีมหญิงไทย (เฉพาะที่ไม่มีโปรแกรมแข่งประเภทบุคคล) วันที่ 25 กันยายนนี้ ส่วนในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับ พิ้งค์ จะต้องเสร็จสิ้นภายในช่วงการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจะปิดฉากวันที่ 4 ตุลาคมนี้
ส่วนสารที่ถูกตรวจพบ นายสุรศักดิ์ ได้รับรายงานจากสมาคมฯ ว่า อาจเกิดจากยาทาแก้อักเสบตัวหนึ่ง ซึ่งก่อนการเดินทางมาแข่งขัน มีระเบียบจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย(โอซีเอ) ในการที่แต่ละประเทศต้องให้ความรู้เรื่องสารต้องห้ามกับนักกีฬาอยู่แล้ว มั่นใจว่าทุกคนมีความระมัดระวังในเรื่องสารต้องห้ามเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ได้กำชับนักกีฬาไทยทุกคนให้ระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิมในเรื่องการกิน การใช้ยา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันทั้งในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ และในอนาคต
ทั้งนี้ บทกำหนดโทษกรณีผลตรวจตัวอย่าง B หากตรวจแล้วยังพบสารต้องห้าม โทษพักการแข่งขัน (แบน) สูงสุดอยู่ที่ 2 ปีเลยทีเดียว
สำหรับ ฟูโรซีไมด์ เป็น ยาขับปัสสาวะ (Diuretic) ที่ใช้ทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน โดยออกฤทธิ์ช่วยให้ไตขับน้ำและโซเดียมออกจากร่างกายทางปัสสาวะมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟูโรซีไมด์ ไม่ได้เป็น “สารกระตุ้น” ในความหมายของยาที่ใช้เพื่อเพิ่มกำลังหรือความสามารถทางกายโดยตรง แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารต้องห้ามของ WADA (World Anti-Doping Agency) หมวด S5 – Diuretics and Masking Agents หรือยาขับปัสสาวะและสารบดบัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

